วันพุธ 19 สิงหาคม 2026
หน้าแรก เศรษฐกิจ Sea ฉลอง10 ปีเผยก้าวแห่งอนาคต 3 ธุรกิจหลัก เปิดตัวแพลตฟอร์ม Sea Academy

Sea ฉลอง10 ปีเผยก้าวแห่งอนาคต 3 ธุรกิจหลัก เปิดตัวแพลตฟอร์ม Sea Academy

กรุงเทพฯ – Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ การีนา (Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และซีมันนี่ (SeaMoney) ฉายภาพความสำเร็จควบคู่การเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมยุคดิจิทัลตลอดระยะเวลา 10 ปี ของการดำเนินงานในประเทศไทย ในงาน Sea Story 2022: Digital Technology for All และเปิดแผนกลยุทธ์ใหม่เดินหน้าขับเคลื่อน 3ธุรกิจหลักเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยด้วยเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม Sea Academyเสริมทักษะดิจิทัลให้คนไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย)กล่าวว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Sea (ประเทศไทย)ได้เข้าไปมีส่วนในการเติมเต็มชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยด้วยเทคโนโลยีด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันบริการของเราเข้าถึงคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศและกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง”

Garena: พัฒนาประสบการณ์อย่างต่อเนื่องต่อยอดเกมสู่กีฬาและอาชีพยุคดิจิทัล

การนำเสนอประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าพึงพอใจและมีความหลากหลายการส่งเสริมการเล่นเกมในรูปแบบของกีฬารวมถึงการสร้างอีโคซิสเต็มของอีสปอร์ต ส่งผลให้การีนา (Garena)เติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในปัจจุบันเกมจากการีนาเข้าถึงผู้เล่นกว่า 654 ล้านคนจากกว่า 130ตลาดทั่วโลก และหากมองการเติบโตย้อนหลังในช่วงปี 2017 – 2021 จำนวนActive Users มีการเติบโตเฉลี่ยต่อปีกว่า 65%

สำหรับประเทศไทย ธุรกิจเกม-อีสปอร์ตยังคงเติบโตต่อเนื่องสอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยที่ให้ความสนใจกับเกมมากขึ้น โดยในปี 2021ประเทศไทยมีเกมเมอร์กว่า 32 ล้านคนส่วนตลาดเกมและอีสปอร์ตไทยมีมูลค่าราว 3.3 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 14%จากปี 2020 “การีนาจะยังคงเติบโตควบคู่กับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตต่อไปทั้งในฐานะผู้ให้บริการและผู้พัฒนาเกมผ่านเกมหลากหลายประเภทที่การีนาคัดสรรเข้ามาเปิดให้บริการ เช่น BlockmanGO (เกมประเภท Sandbox) และ Moonlight Blade (เกมประเภท MMORPG)รวมถึงเกม Garena Free Fire (เกมประเภท Tactical-TPS Survival Open World) ซึ่งเราพัฒนาขึ้นเองบนอินไซต์ผู้ใช้งานจริงทั้งยังสามารถปรับให้เหมาะกับแต่ละตลาดได้อย่างคล่องตัว

นอกจากนี้เราจะมุ่งต่อยอดวงการเกมและอีสปอร์ตไทยสู่โอกาสทางอาชีพใหม่ ๆและการใช้เกมเป็นสื่อกลางพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Garena Academy และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ตลอดจนกิจการเพื่อสังคมต่าง ๆ” นางสาวมณีรัตน์ กล่าว

Shopee: ตอบโจทย์ผู้ซื้อ-ผู้ขายครบวงจร พัฒนาต่อเนื่องด้วย Data และส่งเสริมSMEs ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ

ด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างช้อปปี้ (Shopee) เข้าสู่ตลาดไทยในฐานะ Mobile-first E-commerce Platform ที่มอบบริการครบวงจรในแอปพลิเคชันเดียวทำให้สามารถมอบประสบการณ์การซื้อ-ขาย ที่ง่าย สะดวกสบาย และปลอดภัยกับทั้งผู้ซื้อผู้ขายได้เป็นอย่างดี จากนั้นจึงมุ่งสร้างการเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจผู้ขายบนช้อปปี้โดยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทยให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยโครงการพัฒนาทักษะผู้ขาย เช่น Shopee University และบริการส่งเสริมธุรกิจผู้ขาย เช่น Shopee Seller Centre ซึ่งช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงเครื่องมือต่าง ๆ ให้สามารถจัดการร้านค้าออนไลน์,ระบบการจัดการคลังสินค้า Warehouse Management System (WMS),ระบบการบริการ Fulfillment by Shopee และระบบโลจิสติกส์คุณภาพ ทั้งShopee Xpress และเครือข่ายพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม

พร้อมกันนี้ ข้อมูลจาก Sea Quarterly Report ไตรมาสที่ 4 ปี 2017 – 2021ยังทำการพัฒนาประสบการณ์ผู้ซื้อและสร้างการมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มด้วยเอนเตอร์เทนเมนท์ต่าง ๆ บนแอปพลิเคชัน ด้วยเหตุนี้ ช้อปปี้จึงมีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยมีกว่า 2 พันล้าน Gross Order จากทั่วโลกในไตรมาส 4 ของปี 2021 นอกจากนี้ หากย้อนดูการเติบโตในช่วงปี 2017 – 2021 พบว่ามูลค่า GMV มีการเติบโตเฉลี่ยต่อปีกว่า 83% 2 สำหรับตลาดไทยจำนวนผู้ขายและแบรนด์พันธมิตรก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2021อีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่ายอดขายสินค้าออนไลน์ (GMV-Gross Merchandise Volume) อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านเหรียญ และคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงไปถึง 3.5หมื่นล้านเหรียญในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 14%

นอกจากนี้อีคอมเมิร์ซยังรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและเข้าถึงผู้คนในหลากหลายพื้นที่มากขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้ขายและผู้ใช้งานช้อปปี้ในประเทศไทย โดยในปี2021 จำนวนผู้ขายช้อปปี้ที่อยู่นอกเมืองใหญ่เติบโตขึ้น 70%ส่วนจำนวนผู้ใช้งานที่อยู่นอกเมืองใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 40% นอกจากนี้ช้อปปี้ได้ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย ช่วยสนับสนุนผู้ขายไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยผู้ขายรายใหม่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า ในช่วง Shopee 11.11 Big Sale ปี 2021

“ปัจจุบัน ช้อปปี้ทำธุรกิจแบบ Data Drivenและใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลักในการสร้างประสบการณ์ที่ดีไม่ว่าจะเป็นการใช้ Data นำเสนอสินค้าและบริการแบบเฉพาะบุคคลตลอดจนการพัฒนาระบบการค้นหาสินค้าให้มีประสิทธิภาพด้วย AIและเรายังพัฒนาการส่งเสริมธุรกิจผู้ขายบนช้อปปี้ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ โดยล่าสุดเราได้เปิดตัวโครงการ Shopee International Platform (SIP) ขยายโอกาสทางธุรกิจด้วยการเพิ่มช่องทางการขายไปยังตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการไทยโดยช้อปปี้จะช่วยสนับสนุนด้านการจัดการร้านค้าให้กับร้านที่ร่วมโครงการฯ เช่นการสร้างร้านค้าในต่างประเทศ การจัดการสินค้าและสต๊อก การแช็ตกับผู้ซื้อและการจัดส่งไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมโดยในระยะแรกจะเปิดโอกาสให้ผู้ขายไทยสามารถรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์” นางสาวมณีรัตน์ กล่าวเสริม

SeaMoney : เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การจับจ่ายและร่วมขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ครอบคลุม

ด้านธุรกิจการเงินดิจิทัลอย่างซีมันนี่ (SeaMoney) เริ่มต้นจาก AirPayบริการทางการเงินที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเติมเงินเกมของกลุ่มเกมเมอร์จากนั้นจึงมีการขยายขอบเขตการให้บริการจนครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น การจองตั๋วภาพยนตร์ การสั่งอาหาร การจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคและการเติมเงินโทรศัพท์ ภายหลังจึงเข้ามาเป็นหนึ่งในช่องทางการรับชำระเงินบน Shopee ในปี 2019เพื่อรองรับการเติบโตที่ก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซ และมีการรีแบรนด์เป็นShopeePay ในปี 2021การชำระเงินดิจิทัล หรือ Digital Payment กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง และผู้บริโภคไทยยังใช้ E-wallet มากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มจาก 18.6 ล้านคนในปี 2020 เป็น 41.9 ล้านคนในปี 2025 4 นอกจากนี้ ในปี 2021 จำนวนผู้ใช้งาน ShopeePayในพื้นที่นอกเขตหัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย ยังเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปี 2020สะท้อนการเข้าถึงบริการการเงินดิจิทัลที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

นางสาวมณีรัตน์ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของซีมันนี่ว่า“นอกจากการมอบประสบการณ์การชำระเงินที่คุ้มค่า สะดวกสบายและปลอดภัยครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ด้วยช้อปปี้เพย์ (ShopeePay)ซึ่งสามารถรองรับการสแกนจ่ายด้วย QR Code พร้อมเพย์ได้แล้วในปัจจุบันซีมันนี่ยังให้ความสำคัญกับการขยายบริการ Digital Finance ด้านอื่น ๆโดยเราได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายแรก ในปัจจุบัน ซีมันนี่มีบริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล เช่น SEasyCash เป็นบริการ Digital Personal Loan สินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไปซึ่งสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้อย่างอเนกประสงค์, SEasyCash for Sellersซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และ SPayLaterเป็นบริการที่เป็นโซลูชันทางการเงินเพื่อมุ่งเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่ต้องการบน ช้อปปี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้ด้วยข้อจำกัดที่น้อยลง”

สำหรับภาพรวมการเติบโตของ SeaMoney ในไตรมาสที่ 4 ปี 2021บริการการเงินดิจิทัลของ SeaMoney สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 45.8 ล้านคนต่อยอดความเชี่ยวชาญจากธุรกิจ สู่การพัฒนาโครงการขับเคลื่อนสังคมนอกจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยบริการต่าง ๆ Sea (ประเทศไทย)ยังต้องการแผ่ขยายคุณค่าที่เราสามารถส่งมอบให้กับสังคมผ่านโครงการ Social Impact ต่าง ๆ และความร่วมมือระหว่าง Sea (ประเทศไทย)ร่วมทำกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และกิจการเพื่อสังคมต่าง ๆเพื่อสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ชนบทและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Inclusive Society) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ (Disaster Relief)และเพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะดิจิทัล (Digital Education) ภายใต้ยุทธศาสตร์ 10 in 10 ที่ตั้งเป้าสร้าง ‘Digital Talent’ 10 ล้านคน ใน 10 ปี ในปัจจุบัน Sea (ประเทศไทย) สามารถเข้าไปสร้างเสริมทักษะดิจิทัลด้านต่างๆให้แก่คนไทยได้แล้วราว 4.18 ล้านคน

ล่าสุดมีการเปิดตัวเว็บไซต์ Sea Academyแพลตฟอร์มที่รวบรวมความรู้หลากหลายด้านจากโครงการต่าง ๆ ของ Sea(ประเทศไทย) มีเนื้อหาครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1.)การใช้อีคอมเมิร์ซและการทำธุรกิจในยุคออนไลน์ 2.)การเงินดิจิทัลและความปลอดภัย และ 3.)ทักษะสำหรับอาชีพในวงการเกมและอีสปอร์ต และจะมีการเพิ่มเนื้อหาเข้าไปเรื่อย ๆ ในอนาคตโดยทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้เหล่านี้ได้อย่างอิสระ

“ในโอกาสที่ Sea (ประเทศไทย) ครบรอบ 10 ปี อยากขอบคุณลูกค้า พันธมิตรและพนักงานทุกคน ที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยเทคโนโลยีกับเรามาโดยตลอดรวมถึงผู้บริโภคที่ให้โอกาสให้บริการของเราได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในอนาคต Sea (ประเทศไทย) จะยังคงพัฒนาบริการอย่างเต็มที่พร้อมเคียงข้างผู้บริโภค ผู้ประกอบการ พันธมิตรทุกท่านและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจและสังคมไทยในยุคดิจิทัลต่อไป” นางสาวมณีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย