ประโยชน์ 7 ข้อของเนื้อไก่ที่สายเฮลท์ตี้ต้องยกนิ้วให้

นักวิชาการโภชนาการ ระบุ เนื้อไก่มีประโยชน์มากมาย ทำให้ถูกยกเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหาร พร้อมแนะปริมาณการรับประทานเนื้อไก่ให้ได้โปรตีนเพียงพอกับแต่ละช่วงวัย ย้ำเลือกซื้อจากแหล่งมีมาตรฐาน ปรุงสุกก่อนรับประทานทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
ดร.วนะพร ทองโฉม นักวิชาการโภชนาการ งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อคนทุกช่วงวัย มีความสำคัญต่อร่างกาย ซึ่ง “เนื้อไก่” คือหนึ่งในแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นหลายชนิด มีปริมาณไขมันน้อย จึงทำให้เนื้อไก่ กลายเป็นเมนูหลักของกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพและต้องการสร้างกล้ามเนื้อ
“เนื้อไก่” นอกจากจะมีความโดดเด่นในเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ยังมีข้อดีอีกหลายประการ ซึ่งคุณประโยชน์ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลที่เนื้อไก่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสุดยอดอาหาร
1) เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต สร้างกล้ามเนื้อและเสริมสร้างภูมิต้านทาน
2) อุดมด้วยวิตามินบีรวม เช่น วิตามินบี 12 ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจางได้ มีไนอะซิน (วิตามินบี 3) วิตามินบี 5 และ 6 ที่ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมันให้เป็นพลังงาน
3) มีฟอสฟอรัส ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
4) เป็นแหล่งของธาตุเหล็กที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจางและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
5) มีสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบภายในร่างกาย
6) ยังมี ซิลีเนียม ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมการทำงานฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย
7) มีไขมันน้อย เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ในทางโภชนาการจัดเนื้อไก่เป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ สามารถเลือกเป็นแหล่งโปรตีนที่ช่วยดูแลน้ำหนักได้ดี
จากข้อมูลคำแนะนำปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ระบุว่า ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับต่อวันสำหรับคนไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 – 1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน หากจะคำนวณให้เห็นภาพง่ายๆเป็นปริมาณของเนื้อไก่สุกเพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนที่เพียงพอแต่ละช่วงวัย มีดังนี้ กลุ่มอายุ 1- 5 ปี ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 65 – 82 กรัม กลุ่มอายุ 6 – 8 ปี ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 104 กรัม กลุ่มอายุ 9 – 12 ปี ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 172 กรัม กลุ่มอายุ 13 – 18 ปี ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 219 – 262 กรัม กลุ่มอายุ 19 – 60 ปี ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 222 – 263 กรัม และกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ปริมาณเนื้อไก่สุกที่เหมาะสมคือ 214 – 252 กรัม
ดร.วนะพร ย้ำว่า สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพ ควรเลี่ยงรับประทานไก่ทอด เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลและไขมันที่ไม่ดี (LDL) ในเลือดสูง จากที่ตั้งใจรับประทานเพื่อสุขภาพที่ดี อาจกลับกลายเป็นเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน จึงแนะนำการปรุงด้วยวิธีนึ่ง อบ ต้ม แทนการทอด หรือปิ้งย่าง เพราะมีงานวิจัยระบุว่า อาหารที่ปิ้งย่างจนไหม้เกรียมจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็
ทั้งนี้ การบริโภคเนื้อไก่อย่างปลอดภัย ผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อไก่ที่สด สะอาด ปลอดภัย ไม่เก่าเก็บนานเกินไป โดยสังเกตสถานที่จำหน่ายมีสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” และต้องปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อน เช่น แซลโมเนลล่า (Salmonella spp.) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หากได้รับเชื้อรุนแรงอาจก่อให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้