กยท. ชี้ฝนตกต่อเนื่อง ทำผลผลิตยางน้อยกว่าที่คาด

วันที่ 12 พฤษภาคม2565 ที่ห้องประชุม ราชไมตรี การยางแห่งประเทศไทย  นายณกรน์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)พร้อมด้วยนางสาวอธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทยและ นายดิษฐเดช วัฒนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเปิดเผยถึง สถานการณ์และราคายาง ในไตรมาสที่ 2/2565 ว่า ผลผลิตยาง ในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2565 ผลผลิตยางทั่วโลกมีประมาณ 4.426 ล้านตัน และมีการใช้ยางประมาณ 4.523 ล้านตัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั่วโลกมีความต้องการใช้ยางมากกว่าผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาด ประมาณ 97,000 ตัน สำหรับประเทศไทยในไตรมาสที่ 2/2565 คาดมีผลผลิตออกสู่ตลาด 0.763 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 14.37% โดยในเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 0.209 ล้านตัน และ 0.393 ล้านตัน ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางลดลงในไตรมาสนี้ เนื่องจากสภาพอากาศและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน และผลจากพายุไซโครน โดยกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ประกอบกับสถานการณ์โรคใบร่วง จึงส่งผลให้ผลผลิตยางไตรมาสนี้ออกสู่ตลาดลดลง
การส่งออกยางและสต๊อกยาง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ไทยส่งออกยางธรรมชาติ 1.118 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.38% สำหรับไตรมาสที่ 2/2565 คาดว่าจะมีการส่งออกยาง 0.994 ล้านตัน ลดลง 6.36% ในขณะที่สต็อกยางของประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักผู้ซื้อยางจากไทย พบว่า ช่วงไตรมาสที่ 1/2565 มีปริมาณยางในสต๊อกเพิ่มขึ้นจากปลายปี 2564 แต่น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสต๊อกยางเดือนเมษายนที่ผ่าน ก็ลดลงจากเดือนนาคมด้วย ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนให้การส่งออกเพิ่มขึ้น

ตัวชี้วัดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยาง เศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยางทั้ง สหรัฐอเมริกา EU ญี่ปุ่น ยังคงขยายตัว ดัชนี PMI ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำ GDP ประเทศสหรัฐอเมริกา EU ญี่ปุ่น ยังคงขยายตัวอยู่เหนือระดับ 50 อยู่ที่ 59.20 55.50 และ 53.50 ตามลำดับอุตสาหกรรมยางล้อเพิ่มการผลิตสูงขึ้น อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์นั่งขนาดเล็กฟื้นตัวขึ้นหลังสถานการณ์ Covid – 19 เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะ จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มียอดผลิตและความต้องการเพิ่มขึ้น 10.2% 19.3% และ 13.1% ตามลำดับ ด้านอุตสาหกรรมยางล้อรถบรรทุก มียอดผลิตและความต้องการเพิ่มสูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์ Covid – 19 โดยจีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา มีผลิตเพิ่มขึ้น 2.5% 16.9% และ 16.4% ตามลำดับ โอกาสของยางพารา ไตรมาส 2/2565 ปริมาณการผลิตรถยนต์/รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2021 อยู่ที่ 6.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 109% จากปีก่อนหน้า ซึ่งจีนมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 3.2 ล้านคัน ส่วนแบ่งตลาด 15% จากยอดขายรถยนต์ใหม่ในจีน คิดเป็นส่วนแบ่งราวครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ทำให้จีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมากในปี 2022 นี้ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้ยางล้อโดยเฉพาะ ดังนั้น ความต้องการใช้ยางเพื่อนำไปผลิตยางล้อจึงเพิ่มสูงขึ้นด้วย

​สถานการณ์การขนส่งทางเรือดีขึ้น ทิศทางของค่าขนส่งทางเรือปรับตัวลดลง รวมถึงภาวะขาดดุลทางอุปทานยางธรรมชาติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ยอดผู้ติดเชื้อ Covid – 19ลดลง ทำให้กิจกรรมในหลายประเทศกลับมาเป็นปกติ เศรษฐกิจของหลายประเทศเริ่มฟื้นตัว ความท้าทายของยางพาราไตรมาส 2/2565 ต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมยางเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การปรับขึ้นอัตราธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างความเสี่ยงต่อภาวะเงินทุนไหลออกและกดดันให้บางประเทศในเอเซียปรับนโยบายการเงินในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของยางพารา ปัจจุบันเทรนของโลกและหลายหน่วยงานต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน กยท. จึงส่งเสริมในเรื่องการปลูกสร้างสวนยางตาม FSC และการนำระบบ Rubberway เข้ามาใช้สำรวจและเก็บข้อมูลของชาวสวนยาง โดยส่งเสริมให้ปลูกยางตามมาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ไชยรัตน์ ส้มฉุน  รายงาน