“บ้านสมเด็จโพลล์” ระบุ “คนกทม.” อยากได้ผู้ว่าฯทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,113 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 6 – 9 พฤษภาคม 2565 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 3 มี.ค. 2556 โดยในเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครครั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมจำนวน 31 คน แบ่งเป็นเพศชายจำนวน 25 คน เพศหญิงจำนวน 6 คน สังกัดพรรคการเมืองจำนวน 5 คน เป็นผู้สมัครอิสระจำนวน 26 คน และมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมจำนวน 382 คน

โดย พระราชกฤษฎีกากำหนดเงินเดือน เงินเพิ่ม เงินค่าเบี้ยประชุม และเงินตอบแทนอื่นของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการการเมืองอื่นของกรุงเทพมหานคร และกรรมการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2556 ได้ระบุบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินเพิ่มแต่ละตำแหน่งดังนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินเดือน 72,060 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 41,500 บาท รวมแล้วผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมีรายรับต่อเดือนรวมแล้วคือ เดือนละ 113,560 บาท การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง โดยผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ใช้จ่ายได้ไม่เกินจำนวน 49 ล้านบาท ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้  

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากได้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติที่มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ มากที่สุด ร้อยละ 24.7 อันดับสองคือมีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 15.5 อันดับสามคือมีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 14.1 อันดับสี่คือมีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 13.6 และอันดับห้าคือมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 9.9

อยากได้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่มีคุณสมบัติที่มีความซื่อสัตย์โปร่งใสมากที่สุด ร้อยละ 17 อันดับสองคือมีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 15.9 อันดับสามคือมีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 15.5 อันดับสี่คือมีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 13.7 และอันดับห้าคือมีการเข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 21.5 อันดับสองคือ ปัญหาการจัดการน้ำท่วม ร้อยละ 14.4 อันดับสามคือ ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท) ร้อยละ 13.9 อันดับสี่คือ ปัญหาการคอรัปชั่น ร้อยละ 12.8 และอันดับห้าคือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 10.3

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จากนโยบายการพัฒนา กทม ร้อยละ 42.9 รองลงมาคือตัวผู้สมัคร ร้อยละ 33.6 และกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 23.5

คิดว่าการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ควรมาจากกลุ่มหรือพรรคการเมืองเดียวกัน ร้อยละ 54.1 รองลงมาคือ เป็นผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 45.9

และคิดว่าจะเลือกผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มากที่สุด อันดับที่หนึ่งคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ร้อยละ 29.8 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.9 อันดับสามคือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 10.9 อันดับสี่คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 8.1 อันดับห้าคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 7.5 อันดับหกคือ นายสกลธี ภัททิยกุล และ ไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 4.1 อันดับเจ็ดคือ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ร้อยละ 3.1 และอันดับที่แปด คือ น.ต.ศิธา ทิวารี ร้อยละ 2.3

ส่วนที่ 1 การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

  1. ท่านอยากได้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด

มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 24.7

มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 15.5

มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 14.1

มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 13.6

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 9.9

มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 8.5

มีประวัติการศึกษา การทำงานที่ดี ร้อยละ 6.9

มีการเข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 6.8

  1. ท่านอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด

มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 17

มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 15.9

มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 15.5

มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 13.7

มีการเข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13

มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 10.8

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 8

มีประวัติการศึกษา การทำงานที่ดี ร้อยละ 6.1

  1. ปัญหาใดที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด

 ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 21.5

ปัญหาการจัดการน้ำท่วม ร้อยละ 14.4

ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท) ร้อยละ 13.9

ปัญหาการคอรัปชั่น ร้อยละ 12.8

ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 10.3

ปัญหาสถานการประกอบการฝ่าฝืนกฎหมาย ร้อยละ 9

ปัญหาการจัดการน้ำเสีย ร้อยละ 6.5

ปัญหาการควบคุมสุนัขและแมวจรจัด ร้อยละ 5.3

ปัญหาการตัดต้นไม้ริมทาง/การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 3.9

ปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ร้อยละ 2.4

  1. ท่านคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ท่านตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด 

ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 33.6

กลุ่มหรือพรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 23.5

นโยบายการพัฒนา กทม ร้อยละ 42.9

  1. ท่านคิดว่าการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ท่านจะเลือกผู้สมัครลักษณะใดมากที่สุด

เป็นผู้สมัครที่มีกลุ่มหรือพรรคการเมือง ร้อยละ 54.1

เป็นผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 45.9

  1. ท่านจะเลือกผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านใด 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 29.8

ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.9

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 10.9

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 8.1

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 7.5

ไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 4.1

นายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 4.1
นางสาวรสนา โตสิตระกูล ร้อยละ 3.1

น.ต.ศิธา ทิวารี ร้อยละ 2.3

นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนา ร้อยละ 1.9

พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล  ร้อยละ 1.5

นางสาววัชรี วรรณศรี ร้อยละ 1.2
นายศุภชัย ตินติคมน์ ร้อยละ 1.6

นายประยูร ครองยศ ร้อยละ 1.3

นายธเนตร วงษา ร้อยละ 1.1

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์  ร้อยละ 0.8

นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ ร้อยละ 0.8

นายกฤตชัย พยอมแย้ม ร้อยละ 0.7

นายอุเทน ชาติภิญโญ ร้อยละ 0.5

พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที ร้อยละ 0.5
นางอมรพรรณ อุ่นสุวรรณ ร้อยละ 0.5

นายภูมิพัฒน์ อัศวภูภินทร์ ร้อยละ 0.4
นายสราวุธ เบญจกุล ร้อยละ 0.4
นายไกรเดช บุนนาค ร้อยละ 0.4

นายนิพัทธ์พนธ์ สุวรรณชนะ ร้อยละ 0.4

นายพงศา ชูแนม ร้อยละ 0.4
นายโฆสิต สุวินิจจิต ร้อยละ 0.4
นายประพัฒน์ บรรจงศิริเจริญ ร้อยละ 0.3

นายวิทยา จังกอบพัฒนา ร้อยละ 0.3

นางสาวสุมนา พันธุ์ไพโรจน์ ร้อยละ 0.2

นายวรัญชัย โชคชนะ ร้อยละ 0.2

นายเฉลิมพล อุตรัตน์ ร้อยละ 0.2

พล.ต.ท.มณฑล เงินวัฒนะ ร้อยละ 0.2

ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์

  1. เพศ ชาย ร้อยละ 45.7 หญิง ร้อยละ 54.3
  2. อายุ 18 – 20 ปี ร้อยละ 5.3 20 – 25  ปี ร้อยละ 19.3

26 – 30  ปี ร้อยละ 17.7 31 – 35  ปี ร้อยละ 16.3

36 – 40  ปี ร้อยละ 12.8 41 –  45 ปี ร้อยละ 10.6

46 –  50 ปี ร้อยละ 9.3 มากกว่า 50 ปี ร้อยละ 8.7

  1. อาชีพ นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา ร้อยละ 14.8

ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.7

พนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 22.4

พ่อค้า/แม่ค้า ร้อยละ 17.4

แม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 10.6

รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 20.1