ส่อง “พระกริ่งชินบัญชร” ก้นเงินกรรมการ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

วันนี้ขอวนมาเข้าเรื่องของพระเครื่อง หายาก เอกอุเป็นหนึ่งในแผ่นดินที่หลายคนใฝ่ฝันและถวิลหา อย่างพระกริ่งชินบัญชร ก้นเงินกรรมการ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ด้วยความที่หายากสร้างน้อย และมีการทำเทียมเลียนแบบออกมามาก

กองบก.เลยต้องขออนุญาตนำพระแท้ นอนกล่องเดิมๆมาให้แฟนๆได้ยลโฉมและศึกษากัน

พระกริ่งชินบัญชร เนื้อนวโลหะ ก้นเงิน กรรมการ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ สร้างทั้งหมด 390 องค์ แบ่งเป็นที่ตอกเลข 195 องค์ โดยนำออกมา150 องค์ เพื่อนำไปออกหาปัจจัยให้วัดเจ้าเจ็ด จ.อยุธยา

ส่วนที่ตอกเลขอีก 45 องค์ เอามาแจกลูกศิษย์ที่เข้ามาช่วยงานวัดในช่วงนั้น

ส่วนที่ไม่ตอกเลขเหลืออีก 195 องค์ รุ่นนี้ เรียกว่า รุ่นกรรมการ

อาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ ผู้จัดสร้างได้นำมาให้ท่านที่ช่วยสมทบทุนปัจจัยในการสร้างพระกริ่ง และช่วยงานต่างๆ บางท่านนอกจากได้พระกริ่งแล้วยังได้พระชัยวัฒน์ อีกด้วย

พระกริ่งทุกองค์จะมีโค้ดตัวนะ อยู่ด้านหลังและที่ใต้ฐานพระจะตอกโค๊ดศาลาเป็นเอกลักษณ์ไว้ทุกองค์

จะว่าไปแล้วเรื่องของพุทธาคมหรือพุทธคุณความขลัง ไม่ใช่ขลังแค่ หลวงปู่ทิมเท่านั้น แต่ยังมีที่มาที่น่าสนใจอีกมากคือ ทั้งเรื่องที่มาและ เรื่องของชนวนในการสร้างพระกริ่งสมัยนั้น เริ่มตั้งแต่เจ้าของพิมพ์พระกริ่งนี้ คือ ห้างหลีแซได้นำพระกริ่งจีนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นพระกริ่งองค์สำคัญที่มีเอกลักษณ์ มีความเก่าแก่มามอบให้เป็นต้นแบบในการถอดพิมพ์ ซึ่งแต่เดิมพระต้นแบบไม่สวยและชำรุด ช่างสมร รัชชนะธรรม นายช่างประวัติศาสตร์แห่งยุค เลยต้องพอก และแต่งพิมพ์ใหม่ กรอปกับถูกเร่ง ตอนตอกแต่งพิมพ์ตรงเม็ดประคำเม็ดที่5 เกิดเผลอตอกเขยื้อนออกไปเล็กน้อย จึงกลายมาเป็นจุดอีก 1 จุดที่สำคัญในการดูตำหนิพิมพ์พระกริ่งชินบัญชร

นอกจากนี้ผิวของพระกริ่งหลังจากที่หล่อสำเร็จเป็นองค์ขึ้นมาแล้วจะเห็นว่าผิวไม่ตึงเนียนและไม่ค่อยสวย เพราะเป็นเรื่องปกติของการรวมชนวนที่หลากหลายนำมาผสมกันในเบ้าหลอม ทำให้บรรดาชนวนและโลหะต่างๆ ไม่ค่อยเข้าเนื้อกันทำให้ผิวพระจะไม่เนียนและเต่งตึง

ตามมาดูเรื่องของชนวนมวลสารที่สำคัญๆ ในการนำมาหลอมกันบ้าง เนื่องจากสมัยนั้นผู้สร้างมีชนวนมวลสารน้อย ดังนั้นช่างสมร จึงจัดสรรหามาให้เพิ่มเติม ชนิดที่เรียกว่าของดีของสุดยอดทั้งนั้น

อาทิ ก้านช่อพระกริ่ง 79 ที่ได้ จากอาจารย์หนู วัดสุทัศน์มา และที่สุดของที่สุด คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้สร้างพระชัยนวราชบพิธ ประจำพระองค์ แค่ 56 องค์ อาจารย์ภาวาส บุนนาค มาดำเนินการ ผ่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร
ซึ่งทางอาจารย์เทพย์ ได้มาใช้งานช่างเพื่อทำพิมพ์และเททอง จึงทำให้พอมีเนื้อชนวนสำคัญนี้อยู่
และที่สำคัญก่อนวันไปเททองกริ่งชินบัญชร ช่างสมรต้องไปเททองกริ่งอรหัง หลวงปู่แหวน ดังนั้นชนวนกริ่งอรหังหลวงปู่แหวนที่เหลือจึงได้ถมมาที่การสร้างกริ่งชินบัญชรในครั้งนั้น

นอกจากนี้ในเบ้าหลอม ยังมีสร้อย แหวน เครื่องทอง พระเก่าชำรุด ก้านช่อชนวน อื่นๆ อีกมาก ทั้งหมดทั้งมวลนี้นำมาใช้ในงานหล่อพระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรก หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ทั้งสิ้น

เรื่องราวแบบนี้ไม่มีในหนังสือ ตำราแน่นอน เรื่องเล่าในความทรงจำของนายช่างผู้นี้ยังมีอีกมากมาย
ใครสงสัยก็ยังสามารถแวะเวียนไปสอบถามกันได้

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า ทำไมผิวของพระกริ่งชินบัญชร จึงไม่เรียบไม่ตึง ไม่สวยงาม จนทำให้บางท่านบอกว่าพระไม่สวยไม่เช่าบูชาบ้าง บางท่านที่จองและได้พระแล้ว ก็นำไปคืนคนสร้าง และศูนย์จองก็มี
จนหลวงปู่ทิมบอกว่าวันหนึ่งคนจะผลิกแผ่นดินหา และปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

สำหรับพระองค์ในรูปจัดว่าเป็นองค์ครูที่ ที่มีผิวพรรณวรรณะเป็นธรรมชาติ ยังไม่ได้ผ่านการตกแต่งหรือศัลยกรรมตามภาษาวงการพระแต่อย่างใด คู่ควรจะให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา อย่าให้ใครเขามาหลอกได้ด้วยความหวังดีจากกองบรรณาธิการ

อ.ท๊อป สุดยอด  รายงาน