“ขอให้รวย” พูดให้เพราะขึ้นคืออยากมีความเจริญ ในรูปธรรม ก็คือให้มีเงินนั่นเอง ขอให้รวยเป็นคำสั้นๆ แบบไทยๆ ที่รวมเอาทุกความปรารถนาเอาไว้ ถ้ามีเงินแล้วปรารถนาสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น แต่ขอให้ไม่ทุกข์ ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายนั้นยากกว่า พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล สวนธรรมประสานสุข จ.ชลบุรี ได้เมตตามาชี้แนะช่องทางรวย บนเวทีธรรมบรรยาย “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ในหัวข้อ “ขอให้รวย”
พระอาจารย์เกริ่นว่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสแนะนำให้ชาวพุทธ มีทรัพย์ มีความเจริญในทรัพย์ พระองค์ตรัสถึงธรรมข้อหนึ่งที่ทุกคนควรเจริญ คือ เจริญด้วยนาและสวน คือมีที่ดิน เจริญด้วยทรัพย์ คือมีข้าวเปลือก เพราะข้าวเปลือกสมัยนั้นเป็นของมีค่า เจริญด้วยบุตรและภรรยา หมายถึงมีครอบครัวที่ดี ที่เจริญ เจริญด้วยบริวารและผู้รับใช้ เจริญด้วยสัตว์สี่เท้า 5 ข้อนี้เป็นวัตถุ เป็นรูปธรรม
ส่วนอีก 5 ข้อเป็นนามธรรม คือมี ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ศรัทธา คือความเลื่อมใส ศีล คือมีประพฤติทางกายวาจาที่ไม่ละเมิดใครเบียดเบียนใคร สุตะ แปลว่าฟัง ได้ยินได้ฟัง รับรู้เรื่องราวข่าวสารที่ดี คือการเรียนนั่นเอง คนสมัยก่อนการเรียนคือการฟังครูบาอาจารย์ คำที่ใช้แทนการเรียนสมัยนั้นคือ สุตะ สิ่งที่ได้เรียน ได้ยิน ได้ฟังแล้วคือ พระสูตร ส่วนจาคะ ในที่นี้เทียบได้กับการให้ทาน แต่เจาะจงยิ่งกว่าทาน แต่หมายถึงใจที่ต้องสละ ทานหมายถึงการให้ทั่วไป แต่ใจไม่สละก็มี ให้แล้วเสียดายก็มี แต่จาคะหมายถึงใจต้องสละ ให้แล้วไม่เสียดาย ให้แบบเต็มใจ ปัญญา มีปัญญารู้ความเป็นจริงของชีวิตแล้วไม่เป็นทุกข์ เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่าเป็นธรรมดา เป็นของไม่เที่ยง ชีวิตถูกบีบคั้นอยู่เสมอ มีสภาวะที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถใช้ความอยาก ตัณหาของเราเข้าไปบังคับได้ แต่เราต้องเรียนรู้ว่าเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้เราได้ผลอย่างที่เราต้องการ แล้วทำเหตุนั้น เช่น ต้องการความเจริญในหน้าที่การงาน จะไปไหว้พระขอพรจากพระ ถ้าพระท่านพูดสอนได้ท่านคงบอกวิธีไปทำ ท่านยกตัวอย่าง นายทหารนายพันคนหนึ่งให้ฟังว่า ไปขอให้หลวงปู่ท่านหนึ่งช่วยให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ให้เป็นนายพลสักที หลวงปู่ก็บอกว่า โง่แบบนี้จึงไม่ได้นายพล มาขออะไรกับพระ ต้องไปขอกับนาย พันเอกคนนั้นจึงคิดได้และไปขอกับนาย ซึ่งนายก็ได้ลืมไปว่านายพันคนนี้อยู่มานาน ในปีนั้นจึงได้ เป็นต้น แต่นี่ก็เป็นเรื่องของทางโลก
ท่านยกตัวอย่างการไปไหว้พระที่ไหนก็ไม่พ้นทุกข์ เพราะการพ้นทุกข์ต้องมีปัญญา การจะมีปัญญาได้ต้องมาเรียนรู้ มี สุตะ และลงมือทำ มีศีล รักษาศีล รู้เท่าทัน มีปัญญา รู้ว่าปัจจัยอะไรทำให้เกิดทุกข์แบบนี้ขึ้นมา การเกิดเป็นทุกข์ การมีชีวิตอยู่เพื่อบำบัดทุกข์ มีแต่ทุกข์มากและทุกข์น้อย ถ้าชีวิตนี้มัวแต่หากาม มันจะได้สุขขณะหนึ่ง แล้วไขว่คว้าหาต่อ กามนี่เป็นเรื่องแปลกมาก กามคุณ คือมีคุณเห็นอะไรสวยๆ ก็พอใจ ได้กินอะไรอร่อยก็พอใจ ได้อยู่ในที่สบายก็พอใจ เมื่อพอใจในนี้แล้วมีสุข กามสุข ได้เห็นแต่คุณของกาม แต่มองไม่เห็นแง่ร้าย มัวแต่ดูวามีคุณ มีสุข ก็พยายามแสวงหามาทดแทน ความสุขที่เคยสุขมากๆ ก็เป็นเฉยๆ ถ้าคนนั้นไขว่คว้าหาต่อ ในขณะนั้นก็หาเหตุแห่งทุกข์ใหม่มาอีก กามนี่มีสุข แต่ถ้าไปติดในกามก็จะให้ทุกข์ การหากามเปรียบเหมือนนกแร้ง นกแร้งแย่งชิ้นเนื้อกัน ระหว่างแย่ง ตัวที่แย่งได้ก็ไม่มีสิทธิ์เต็มที่ในชิ้นเนื้อนั้น ก็ถูกตัวอื่นมาจิกแย่งรุมทึ้ง จนตัวนั้นร้อง พอร้องปากก็อ้า ชิ้นเนื้อก็ตก แย่งกันจนได้มา ได้มาแล้วถูกชิงไป หรือเหมือนสุนัขแทะกระดูก สุขได้ไม่เต็มที่ อร่อยไม่เต็มที่ อิ่มไม่เต็มที่ แต่ทิ้งไม่ลง เมื่อติดอยู่ในกาม ก็จะถูกโทษของกามทิ่มแทง เชือดเฉือนเผาลนจนเราเป็นทุกข์ร้อน
ท่านอธิบายว่าเราเป็นฆาราวาสย่อมต้องมีวัตถุ มีสิ่งของ เพื่อมีความสะดวกในการดำรงชีวิต ก็ต้องหาเหตุในการได้วัตถุเหล่านั้น ไม่ใช่ไปอ้อนวอนขอ ขอเทพเจ้า หรือซื้อหวย สิ่งที่เราจะทำคือหาเหตุแห่งการได้ทรัพย์นั้น หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ อุ ย่อมาจาก อุฏฐานสัมปทา หมายถึง การขยันหา อา ย่อมาจาก อารักขสัมปทา หมายถึง การขยันเก็บรักษา ไม่สุรุ่ยสุร่าย รู้จักลงทุนให้งอกเงย กะ ย่อมาจาก กัลยาณมิตตตา หมายถึง การเลือกคบเพื่อนดี ถ้าคบเพื่อนไม่ดีก็จะพาเราล่มจม ต้องมีปัญญาเห็นเพื่อนดี และเราต้องเป็นเพื่อนดีของเขาด้วย สะ ย่อมาจาก สมชีวิตา หมายถึง การเลี้ยงชีวิตอย่างสมสภาวะของเรา ให้รายได้มากกว่ารายจ่าย
พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีความเจริญทั้งทางวัตถุ และนามธรรม แต่เน้นที่นามธรรม วัตถุให้มี แต่ไม่ใช่อ้อนวอนให้ได้มา ต้องได้มาจากเหตุ สิ่งที่ครูบาอาจารย์ให้พรขอให้รวย คือขอให้ทำเหตุที่จะให้รวยนั้นด้วย
ขอให้รวย ความหมายที่ซ่อนอยู่ คือไปทำเหตุแห่งรวย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรวยในนามธรรมคือ รวยคุณธรรม คุณธรรมที่พระพุทธองค์แสดงมามี 5 ข้อ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา
หลวงพ่ออธิบายถึง ศรัทธา ในยุคนี้สมัยนี้ควรมีให้มาก ยุคของเรา ถ้าไปศรัทธาบุคคลที่ไม่น่าเชื่อก็จะสั่นคลอน ศรัทธาก็จะหมดไป ควรศรัทธาบุคคลที่น่าเชื่อ ตรวจสอบได้ ศีล คือ ความประพฤติปฏิบัติเราเองไม่ละเมิดใคร ถ้าเรารักษาศีลสังคมไม่เดือดร้อน รักษาศีลอย่างมีเป้าหมายคือให้พ้นทุกข์ หรือทุกข์น้อยลง ทุกข์จะน้อยลงได้เพราะเราใส่ใจในศีล ต้องฝึกตั้งแต่กาย วาจา ให้เคารพชีวิต ทรัพย์สินของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องคำพูด สุตะ คือรับรู้ข้อมูล ข้อมูลที่สำคัญของงพระพุทธเจ้า คือพระไตรปิฎก หรือมาทางครูบาอาจารย์ในพุทธบริษัท ทั้งหมดนี้ถ้ารู้ธรรมเห็นธรรมก็จะสามารถถ่ายทอดคำสอนพระพุทธเจ้าได้ ยุคนี้เป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารมาก เราต้องเลือกฟัง สุตะเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช้ฟังรับข้อมูลทุกอย่างโดยไม่เลือก สุตะอะไรที่เป็นประโยชน์ พัฒนาชีวิตของเรา จาคะ ยุคนี้คนมีความเดือดร้อนกันมาก และยังมีวิกฤตที่ยุโรป ถึงอยู่ไกลก็กระเทือนถึงเรา ใครมีมากก็บริจาค ช่วยเหลือกัน จาคะ ไม่ได้หยุดแค่บริจาคสิ่งของ แต่ลงไปถึงบริจาคกิเลสด้วย ให้ของแล้วให้หมดใจ เหมือนเทน้ำแล้วไม่เอาคืน การเสียสละเป็นความดี ให้ไปแล้วเกิดประโยชน์ ทำแล้วได้บุญ เบิกบานใจ ปัญญา เห็นความจริงของชีวิต ไม่เอาความหวังไปขัดแย้งกับความจริง ถ้าไม่ยอมรับความจริงของชีวิตจะเป็นทุกข์ ถ้าปัญญาไม่มา กายใจเป็นอนัตตา ไม่ใช่ของเรา ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะใช้ชีวิตเป็นของเรา เวลามีความไม่เที่ยงเกิดขึ้นก็จะหาอะไรมาเสริม แต่ความจริงยืนยันเสมอว่าเป็นอนัตตา ไม่ใช่เรา ไม่เที่ยง ถ้าเราไม่เข้าใจตามนี้ ไม่มีปัญญาตามนี้ ก็จะขัดแย้งกับธรรมชาติ และเป็นทุกข์เสมอเมื่อความจริงปรากฎ พระพุทธเจ้าสอนเสมอว่าให้มีปัญญารู้จริง จะมีปัญญาได้ต้องภาวนา วิปัสสนาภาวนา สมถภาวนา
พระอาจารย์สรุปให้ฟังว่า ความเจริญทางด้านวัตถุ 5 อย่าง ควรทำ ควรมี ควรหา ขยันหา ต้องสร้างเหตุในการได้วัตถุนั้น และยิ่งกว่าวัตถุคือ คุณธรรม 5 อย่างที่กล่าวมา คือ มีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ฝึกทั้ง 5 อย่างตอนนี้ สามารถใช้ได้ไปตลอด
พบกับเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ในหัวข้อ “ธรรมะทำไม ทำไมธรรมะ” โดย คุณเตชินท์ พลอยเพชร (ดีเจมะตูม) ผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 เวลา 12:00-13:30 น. และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok
พิเศษสุดๆ ขอเชิญชวนท่านที่สนใจร่วมปฏิบัติกรรมฐาน ใน “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ นัดพิเศษ” วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2565 เวลา 12:00 – 15:00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ (B104-105) ชั้น B 1 อาคาร THE TARA ถนนแจ้งวัฒนะ โดยพระภาวนาสุตาภิรัต เจ้าอาวาสวัดพิชโสภาราม จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยคณะสงฆ์ 4 รูป นำปฏิบัติกรรมฐาน สนใจสำรองที่โดยสแกนคิวอาร์โค๊ด (รับจำนวนจำกัด) สามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL และรับชมเทปบันทึกภาพโครงการดังกล่าวได้ในรายการ “พุทธปัญญาภิรมย์” ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 06:30-07:00 น. ทางช่อง 16 (TNN NEWS 24)

















