“ผู้ว่าเมืองจันท์”ชี้อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้วิกฤติภัยแล้ง

ผู้ว่าราชการจ.จันทบุรี มั่นใจ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพิ่มศักยภาพบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบ ให้กับจังหวัด หลังเผชิญวิกฤติภัยแล้งซ้ำซาก แม้ปริมาณฝนตกชุกในฤดูมรสุม ชี้พื้นที่ภูมิศาสตร์ไม่สามารถเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ตลอดปี   ด้านกรมชลฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการ รองรับความต้องการใช้น้ำภาคการเกษตร  สร้างรายได้เศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน ฟื้นฟูระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาหารช้างป่า ลดการเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เกษตร เข้าพื้นที่ชุมชน

18ม.ค.65 / นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่า แนวทางการพัฒนาโครงการฯ ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน มีความเห็นร่วมกันที่ให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.จันทบุรี ตั้งแต่ ปี 2538  เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และลดผลกระทบจากอุทุกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ลาดชัน จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ ทำให้ไม่มีน้ำทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เข้ามาศึกษารายละเอียดในพื้นที่ เพื่อดูความเหมาะสมในการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันโครงการได้ผ่านคณะกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment EIA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของกรมชลประทานเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อกำหนดขอบเขตพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และการทำความเข้าใจในการดูแลค่าชดเชย การเวรคืนที่ดินให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรม

สำหรับการพัฒนา “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” เป็น 1 ใน 4 อ่าง ที่เกิดขึ้นใน จ.จันทบุรี ตามโครงการในลำน้ำย่อยของลุ่มน้ำโตนด ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อเพิ่มศักยภาพเป็นแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตรเพราะที่ผ่านมา จ.จันทบุรี แม้จะมีปริมาณฝนตกชุกแต่ไม่มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ  และชะลอน้ำไว้ได้ ทำให้น้ำไหลลงทะเล เมื่อหมดหน้าฝนเกิดปัญหาภัยแล้ง จึงต้องการ

แหล่งกักเก็บน้ำไว้เพื่อบริหารจัดการน้ำสู่ลุ่มน้ำคลองวังตาลโตนด เพื่อการส่งน้ำในพื้นที่ชลประทานให้กับภาคเกษตร  เนื่องจากเกษตรกรมีการเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่เป็นการปลูกสวนผลไม้และจำเป็นจะต้องใช้น้ำปริมาณมากประกอบกับภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนทำให้มีการหาแหล่งน้ำเพื่อสำรองให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  เป็นการผันน้ำในช่วงที่ฤดูน้ำหลาก เพื่อไม่ให้กระทบกับภาคเกษตรในจังหวัดจันทบุรี

ทั้งนี้มั่นใจว่า การพัฒนาอ่างเก็บน้ำแล้วเสร็จบริเวณลุ่มน้ำคลองวังโตนด ประชาชนจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ประกอบอาชีพเพิ่มรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งจากการทำประมงน้ำจืด การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดธุรกิจการอุตสาหกรรมต่อเนื่องและการพาณิชยกรรมต่าง ๆ ที่จะต้องนำน้ำดิบเหล่านี้ไปใช้รวมทั้งเรื่องของการอุปโภคบริโภค ซึ่งลุ่มน้ำคลองวังโตนด  ถ้ามีแหล่งน้ำกักเก็บจะสามารถสนับสนุนไปยังระบบประปาตั้งแต่ต้นน้ำวังโตนด กลางน้ำ ปลายน้ำ ก่อนลงทะเล ซึ่งจะเป็นพื้นที่คลองขุด ต.ท่าใหม่ อ.สนามชัย และต.รำพัน ขณะเดียวกันสามารถยกระดับอ่างเก็บน้ำ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลักไม่ว่าจะเป็นภูพิมาน หาดเจ้าหลาว และแหลมเสด็จ   ที่จะส่งผลดีต่อสถานประกอบการโรงแรมเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก   โดยอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจะช่วยสนับสนุนน้ำดิบ เข้าสู่ระบบการประปารองรับด้านการท่องเที่ยวได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามอ่างเก็บน้ำ จะเป็นส่วนสำคัญฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ ความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าและสามารถเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญให้กับสัตว์ป่าโดยเฉพาะการแก้ปัญหาช้างป่าที่ลงมาหากินในพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เพราะอ่างเก็บน้ำ สามารถเป็นรั้วป้องกันเพื่อไม่ให้ช้างลงมาโดยตรง ถ้าลงมาต้องเดินทางอ้อม เป็นการสร้างแนวป้องกันและเฝ้าระวังช้างป่าได้ง่ายขึ้น

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน