“โควิด-19” กับ “นักการเมือง” กลายพันธุ์เหมือนกัน!!

6ธ.ค.64/ คอลัมน์   : คมความคิด

คอลัมน์นิสต์ : นายจักรยาน

​โลกกลมๆเบี้ยวๆใบนี้ ยังคงต้องเผชิญกับ”ไวรัสมฤตยู”โควิด-19 มหาวายร้ายยุคดิจิทัลอีกนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ได้เพราะได้แสดงอิทธิฤทธิ์แปลงร่างกลายพันธ์ตลอดเวลา เพื่อให้มวลมนุษยชาติขวัญผวาทุกวัน ​ใกล้สิ้นปี 2564 ไวรัสนรกสายพันธ์เดลต้าก็มิได้จางหายไปไหนหรือแพร่ไปสู่นอกโลก

​ณ เวลานี้เจ้าไวรัสอำมหิตได้กลายพันธ์ใหม่เป็นสายพันธ์ omicron มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปแอฟริกา อาละวาดจากประเทศแถบแอฟริการะบาดกระจายไปทุกทวีปอย่างรวดเร็ว

​โดยเฉพาะประเทศแถบยุโรปพบผู้ติดเชื้อ omicron อย่างระเบิดเถิดเทิงจนอาจกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของโลกได้??

​ประเทศแถบอาเซียน สิงคโปร์ มาเลเซีย ก็เจอผู้ติดเชื้อแล้วหลายคน

​ด้วยเหตุฉะนี้ มีหรือที่ประเทศไทยจะพ้นจากภัยไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ใหม่นี้ได้??

วันนี้พรุ่งนี้ เชื้อร้ายจากแอฟริกาก็คงทะลุทะลวงเข้ามาผืนแผ่นดินไทยเรียบร้อยโรงเรียนโควิด??

​ปี 2564 ทั้งโลกและไทยสู้ฟัดกับ โควิดเดลต้า ตลอดทั้งปีอย่างแสนสาหัสหลายระลอกหลายรอบ บรรดาคุณหมอต่างชาติและหมอไทยด้วยกันเองฟันธงว่า ปี 2565 ไวรัสยมทูต omicron จะครองโลกแทนไวรัสเดลต้า??

​ฤทธิ์เดชของ ไวรัสพันธุ์ใหม่ล่าสุด ว่ามาว่าติดได้เร็วกว่าเดิม  แต่ไม่รุนแรง รักษาที่บ้านได้!!

​ซึ่งจะจริงหรือไม่ ไม่นานเกินรอ เราๆท่านๆรู้แน่ ทว่ามีบางนายแพทย์วิเคราะห์ว่า อย่าเพิ่งประมาท  อาจร้ายแรงเพิ่มขึ้นก็ได้!!

 สรุปแล้วก็คือ โควิดสายพันธ์ omicron ยังสร้างความสับสนมึนงงแก่บรรดาผู้เชี่ยวชาญไวรัสวิทยา

​เช่นเดียวกับที่สารพัดสื่อหลักและสื่อโซเซียลของที่นี่ประเทศไทยเขียนและอ่านคำว่า omicron เป็นภาษาไทยว่า โอไมครอน หรือ โอมิครอน ที่อาจทำให้ประชาชนสับสนได้พอสมควร

ไม่ว่าจะเรียกอ่านอย่างไร ก็ตามสะดวกปากเถอะ เพราะยังไม่มีนักภาษาศาสตร์ยืนยันคำไหนถูกที่สุด??

ผู้รู้บางท่านกระซิบมาว่า แม้แต่ฝรั่งมังค่าก็ยังอ่านคำว่า omicron ว่า โอไมครอน หรือ โอมิครอน ก็มี

เพราะฉะนั้นอย่าไปซีเรียสอะไรมากนัก

แต่ที่เราๆท่านๆต้องเครียดก็คือ เมื่อไหร่มหันตภัยของโควิดจะหยุดกลายพันธุ์ และหยุดอาละวาดเสียที

สำหรับการเมืองไทย พ่อแม่พี่น้องได้เห็น “นักการเมืองไทย” กลายพันธุ์ บ่อยๆจนชินชา กลายพันธุ์จากพรรคการเมืองขั้วนี้ไปอยู่อีกขั้วตามความสะดวกใจของตนเองด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ตัวใครตัวมัน

มีกระแสข่าวลือช่วงนี้เพื่อต้อนรับปีใหม่ 2565 ว่า กลางปี 2565 เป็นต้นไปจนถึงปลายปี จะเกิดอุบัติเหตุยุบสภา เลือกตั้งใหม่

ก็เลยมีข่าวปล่อยให้ลือออกมาว่า นักการเมืองกลุ่มนั้นกลุ่มนี้จะกลายพันธุ์กลับไปเป็นพันธุ์เดิม ณ พรรคเดิมที่สังกัดมาก่อน

นอกจากนี้จะมีการตั้งพรรคการเมืองพันธุ์ใหม่ สู้แข่งกับพันธุ์เก่า!!

ไม่มีใครทายใจ “ลุงตู่” ได้จะหาเหตุ “ยุบสภา” กลางปีนี้หรือไม่??

ที่แน่ๆ “ลุงตู่” บอกว่ากลางปี 2565 เป็นเวลาเหมาะที่จะเลือกตั้งผู้ว่า กทม.

พร้อมทั้งบอกใบ้ว่าวาระของสภาผู้แทนราษฎรจะครบ 4 ปีตามกติการัฐธรรมนูญในปลายเดือนมีนาคม 2566!!

ซึ่งพอจะตีความหมายได้ว่า เลือกตั้งใหญ่รอไปก่อนจนถึงปี 2566

เกจิการเมืองล้วงลึกในใจ “ลุงตู่” อยากนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีครบ 4 ปี เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองให้ลือลั่นบันทึกทางการเมืองว่า…

​….ว่าสืบทอดอำนาจแล้วทำได้

​”ลุงตู่” ยอมรับว่าตัวเองได้กลายพันธุ์เป็น “นักการเมือง” 100 เปอร์เซ็นต์!!

แต่ความปรารถนาของ “ลุงตู่” ที่ขอนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไปอีก 1 สมัยเลือกตั้งนั้น

ก็เพียง 50 เปอร์เซนต์เท่านั้นที่อาจสมหวัง อีก 50 เปอร์เซนต์ไม่สมใจนึก!!

เพราะการเมืองในโลกนี้แปรเปลี่ยนปุ๊บปั๊บได้ทุกวันเวลา

เหมือนดั่งเช่น “ไวรัสนรก” โควิด-19 ที่ไม่มีอะไรแน่นอนแปรเปลี่ยนกลายพันธุ์ได้ไม่มีหยุดจนคุณหมอทั่วโลกคาดไม่ถึง

รัฐบาลเรือเหล็ก “ลุงตู่” ที่รัฐสภาไทยชูมือให้ยิ้มแป้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2562 นั้น ได้เผชิญกับไวรัสตัวร้าย “โควิด-19” ในปลายปี 2562

นับจากนั้น “ลุงตู่” กับ “ไวรัสมฤตยู”ก็วิ่งสู้ฟัดอยู่คู่กันมาตลอดจนใกล้ปลายปี 2564 ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพรากจากกัน??

อ๊ะ  อ๊ะ  เราๆท่านๆ มาลองทายปัญหากันว่า “ลุงตู่” กับ “โควิด-19″ ใครจะอยู่ได้นานกว่ากัน!?!

จบข่าว สวัสดี!!