วิถีสุขภาพ
โดย…พินิจ จันทร
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564
ทองหลาง – Indian Coral Tree หรือ ทองบ้าน

เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง 10 – 15 เมตร ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่ หรือรูปแกมไข่สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีส้มหรือแดง รูปดอกถั่ว ผล เป็นฝักยาวคอดเป็นข้อๆ สีน้ำตาลเข้ม เมล็ดสีแสด
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ – ใช้ใบแก่สดรมควัน ชุบน้ำสุกปิดแผล และเนื้อร้ายที่บวม ดูดหนองให้ไหลออกมา และทำให้แผลยุบ ใบคั่วใช้เป็นยาเย็น ดับพิษ บดทาแก้ข้อบวม
ผักคราดหัวแหวน
ผักคราดหัวแหวน – Para Cress หรือ ผักคราด ผักตุ้มหู ผักเผ็ด

เป็นไม้ล้มลุก สูง 30 – 40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3 – 4 ซม. ยาว 3 – 6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำ สีเหลืองอ่อน ผลแห้ง รูปไข่
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ต้น – ใช้ต้นสดตำผสมเหล้า หรือน้ำส้มสายชู อมแก้ฝีในลำคอ หรือต่อมน้ำลายอักเสบ ทำให้ลิ้นชา แก้ไข้ ยาพื้นบ้านใช้อุดแก้ปวดฟัน พบว่าใบ ช่อดอก และก้านช่อดอกมีสาร spilanthol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ การทดลองฤทธิ์ชาเฉพาะที่ในสัตว์ และคนปกติ โดยใช้สารสกัดทั้งต้นด้วยแอลกอฮอล์เทียบกับยาชา lidocaine พบว่าได้ผลเร็วกว่า แต่ระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้นกว่า อยู่ระหว่างการวิจัย เพื่อใช้เป็นยาชาอุดแก้ปวดฟัน
ไพล -Zingiber purpureum Rosc. หรือ ปูลอย ปูเลย ว่านไฟ

เป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7 – 1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อ หรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ ประกอบด้วยกาบ หรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3.5 – 5.5 ซม. ยาว 18 – 35 ซม.
ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลแห้ง รูปกลม
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เหง้า – ใช้เหง้าสดเป็นยาภายนอก โดยฝนทาแก้เคล็ดยอก ฟกบวม เส้นตึง เมื่อยขบ เหน็บชา สมานแผล จากการวิจัยพบว่า ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการอักเสบ และบวม จึงมีการผลิตยาขึ้ผึ้งผสมน้ำมันไพล เพื่อใช้เป็นยาทาแก้อาการเคล็ดขัดยอก น้ำมันไพลผสมแอลกอฮอล์ สามารถทากันยุงได้ ใช้เหง้ากินเป็นยาขับลม ขับประจำเดือน มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ แก้บิด สมานลำไส้ นอกจากนี้พบว่าในเหง้ามีสาร 4-(4-hydroxy-1-butenyl)veratrole ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดลม ได้ทดลองใช้ผงไพลกับผู้ป่วยเด็กที่เป็นหิด สรุปว่าให้ผลดี ทั้งในรายที่มีอาการหอบหืดแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง
มะกอก
มะกอก – Hog Plum หรือ กอกกุก กุก กอกเขา

เป็นไม้ยืนต้น สูง 15 – 25 เมตร กิ่งก้านมีช่องอากาศ กระจัดกระจาย ใบประกอบรูปขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 9 – 13 ใบ รูปวงรีแกมไข่กลับ กว้าง 3 – 4 ซม. ยาว 7 – 12 ซม. ใบย่อยบริเวณโคนต้น ฐานใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง หรือซอกใบของกิ่งที่ใบร่วง ดอกย่อยจำนวนมาก ขนาดเล็ก สีขาวครีม ผลเป็นผลสด รูปไข่ มีเนื้อฉ่ำน้ำ
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ – ใช้น้ำคั้นจากใบหยอดแก้ปวดหู
ผล เปลือก ใบ – กินเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ เลือดออกตามไรฟัน
เนื้อ – เนื้อในผลแก้ธาตุพิการ เพราะน้ำดีไม่ปกติ และกระเพาะอาหารพิการ แก้บิด
ใบ – แก้ปวดท้อง
มะกอกโอลีฟ
มะกอกโอลีฟ – Olea europaea L.เป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบ ลำต้นอาจสูงถึง 20 เมตรใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน รูปใบหอก กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-6 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือมนแคบ มีติ่งเล็กๆ โคนรูปลิ่ม ขอบเรียบ ก้านใบสั้น ยาว 3-4 มิลลิเมตร ผิวด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเทา ดอก ช่อแยกแขนงออกที่ซอกใบ ดอกฝอยมีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและดอกไม่สมบูรณ์เพศ ก้านดอกยาว กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน กลีบดอก 4 กลีบโคนเชื่อมติดกัน ดอกมีสีขาวหรือสีครีม เกสรตัวผู้ 2 อัน ขนาดใหญ่ติดที่กลีบดอก อับเรณูสีเหลืองลักษณะเป็น 2 พู รังไข่มี 2 คาร์เพลแต่ละคาร์เพลมี 2 ออวุล ก้านเกสรเพศเมียตรง สั้นและหนา ยอดเกสรเพศเมียค่อนข้างใหญ่ ผล สด มีเนื้อ รูปร่างกลมรี ยาว 1-4 เซนติเมตร กว้าง 0.6-2 เซนติเมตร สีผลมีสีต่างๆ เช่น สีเขียว สีแดง สีม่วงหรือสีดำ มีเมล็ดแข็ง ผล มะกอกโอลีฟมีเมล็ดในเดี่ยวและมีรูปทรงค่อนข้างกลม อาจจะกลมน้อย หรือกลมมากแตกต่างกันไป ส่วนขนาดของผลขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ผลประกอบด้วยส่วนของเปลือกชั้นนอก ซึ่งสีจะเปลี่ยนเมื่อผลสุก เนื้อมะกอกโอลีฟเป็นส่วนที่มีปริมาณน้ำมันมากที่สุด ส่วนเมล็ดในเป็นเมล็ดที่แข็ง ลักษณะยาวและมีตุ่มอยู่ตรงส่วนบนของเมล็ดห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ด้านใน
ประโยชน์ : จากงานวิจัย น้ำมันมะกอกโอลีฟมีคุณค่าทางอาหารสูง ให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน สารสกัดจากใบยังนำมาผสมทำสบู่และครีมบำรุงผิว
มะขวิด – Elephant’s Apple, Wood Apple, Kavath, Gelingga หรือ มะฟิด

เป็นไม้ยืนต้น สูง 6 – 10 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 5 หรือ 7 ใบ บางครั้งมี 3, 6 หรือ 9 ใบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 0.5 – 1 ซม. ยาว 1.5 – 4.5 ซม. เนื้อใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ที่บริเวณขอบใบ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง หรือซอกใบ ประกอบด้วยดอกตัวผู้ และดอกสมบูรณ์เพศอยู่ในต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียวเจือด้วยสีแดง ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีเทาแกมน้ำตาล
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ – ตำพอกหรือทาแก้ปวดบวม รักษาผี และโรคผิวหนังบางชนิด แก้ท้องเสีย แก้ตกเลือด และห้ามระดู พบว่าสารสกัดใบยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้ออหิวาตกโรค ในหลอดทดลอง
(ตอนต่อไป : ยาดีสมนุไพรรางจืด)

















