จับสัญญาณ “ยุบสภา” หรืออยู่ครบเทอม ??

แชร์

8 พ.ย.64 / คอลัมน์ : คมความคิด

คอลัมนิสต์ : นายจักรยาน

​สภาผู้แทนราษฎรได้เปิดประชุมไปเรียบร้อยโรงเรียน ส.ส.แล้ว เพื่อให้ท่านผู้ทรงเกียรติใช้ฝีปากของตนเองมาปะทะวาทะกรรมใส่กันตามประเพณีของคนละชั้ว คนละฝ่าย

ก็ย่อมแสดงว่าสภาผู้แทน ฯ ยังไม่ถูกยุบ ยังเดินหน้านั่งประชุมกันต่อไปตามกฎกติกาของรัฐธรรมนูญ

​ณ วันนี้ยังไม่มีการส่อแววว่าจะ “ยุบสภา” ในเร็ววันนี้จนถึงสิ้นปี 2564 มีแต่ “สภาล่มซ้ำซากตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมสภา ฯ 2 วันติดต่อกัน

เชื่อว่าเหตุการณ์ “สภาล่ม” จะอุบัติขึ้นเป็นประจำปกติธรรมดาทางการเมืองเรื่องยุ่ง ๆ ตลอดสมัยประชุมนี้

ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนี้และฉบับที่ผ่าน ๆ มาได้ระบุว่า ท่านผู้ทรงเกียรติ ส.ส. ไม่ว่าจะอยู่ซีกไหนมีหน้าที่ในการประชุมสภาผู้แทน ฯ

​ดังนั้น ท่าน ส.ส. ทุกคนที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาต้องมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและพ่อแม่พี่น้อง

มิใช่ว่าพอพวกตนเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้าง “ภาพลักษณ์” ที่ดีของสภาผู้แทน ฯ ไปสู่สายตาประชาชนเพราะฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากในสภา ฯ จะต้องเป็นผู้สร้าง “ภาพลักษณ์” ของสภาผู้แทน ฯโดยต้องเข้าประชุมให้ครบองค์ประชุมเพื่อมิให้ “สภาล่ม”!!

ด้วยเหตุฉะนี้ “สภาล่ม” จึงไม่เกี่ยวกับ “ฝ่ายค้าน” ประการใด ดังนั้นการเล่มเกม “สภาล่ม” จึงเป็น ดราม่า ทางการเมืองทุกยุคทุกสมัย

​เฉกเช่นเดียวกับเรื่อง “ยุบสภา” เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัยที่มีสภาผู้แทนราษฎรที่ทำให้รัฐบาลไม่อยู่ครบเทอม

​แต่ทว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ร่างขึ้นมาจากฝีมือของ ส.ส.ร. (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) ยุคที่มี “เสี่ยเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ซึ่งรัฐธรรมนูญปี’40 ของยุค “เสียเติ้ง” ก็ไม่ส่งผลดีให้ นายก ฯ บรรหาร อยู่ครบเทอม 4 ปี ต้องประกาศยุบสภา หลังจากบริหารประเทศมาได้ปีเศษเท่านั้น

​มีเพียงรัฐบาลของ “เสี่ยแม้ว” ดร.ทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันนี้มีชื่อเล่นตามยุคสมัยว่า “โทนี่ นาฟ” ที่นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่จนครบเทอม 4 ปี!!

​แม้ “มิสเตอร์โทนี่ นาฟ” จะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 แต่ก็อยู่ไม่ครบเทอม เพราะโดน “ยึดอำนาจ” ในปี 2549 หลังจากนั้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่มีรัฐบาลไหนอยู่ครบเทอมให้ได้รับการบันทึกเป็นประวัติของบ้านเมือง

มาถึงยุค “นายกรัฐมนตรีหญิง” คนแรกของประเทศไทย “น้องปู” ของ “พี่แม้ว” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อยู่ไม่ครบวาระ 4 ปีเพราะโดนคณะ 3 ป. นำโดย “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่่นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ได้ขอโทษก่อนประกาศ “ยึดอำนาจ” เพื่อให้ม็อบแต่ละฝ่ายที่ฮึ่ม ๆ เข้าบู๊ใส่กันละลายหายไป

​”ลุงตู่” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการปฏิวัติในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. (คุณสมชาย) มาเป็นเวลา 5 ปี

​และได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อมาจากผลพวงของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.ทั้งเขตหรือปาร์ตี้ลิสต์

แต่ได้รับชื่อเสนอเป็นแคดิเดท “นายกรัฐมนตรี” ในนามพรรคพลังประชารัฐ จนได้เป็นอย่างสมใจนึกของคณะ 3 ป. และเป็นไปตามแผนของรัฐธรรมนูญปี’60

นับวันเวลาจนถึงวันนี้จากการนั่งเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” ของลุงตู่ ที่มาจากการปฏิวัติมาสู่ยุคการเลือกตั้งของสภาผู้แทน ฯ ยุคนี้ ก็เป็น “ท่านผู้นำ” มาเกือบ 8 ปี

​และแล้วปัญหา 8 ปีก็เกิดขึ้นมาจนได้ เมื่อรัฐธรรมนูญปี’60 ได้เขียนกว้าง ๆ เอาไว้ว่าห้ามผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั่งเกิน 8 ปี โดยมิได้ระบุว่า “นายกรัฐมนตรี” ที่มาจาก คสช.ไม่เกี่ยวกับการนับเวลาดังกล่าว

ดังนั้น จึงมีหลายฝ่ายตีความให้มันยุ่งกันเข้าไว้ว่า ในเดือนสิงหาคม 2565 “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีมาครบ 8 ปีไม่สามารถนั่งเก้าอี้ต่อไปได้??

​ทว่าอีกฝ่ายก็ตีความว่าการนับวันเวลานาทีไม่เกี่ยวกับการเป็นนายกรัฐมนตรี คสช.ประการใด ต้องนับตั้งแต่วันที่ได้รับการโปรดเกล้า ฯ เป็นนายกรัฐมนตรีของสภาผู้แทน ฯ ชุดนี้

ก็ว่ากันไปตามประสาของการ “ตีความ” ที่แต่ละฝ่ายที่ให้เหตุให้ผลในการตีความ ซึ่งในที่สุดอาจมีการยื่นเรื่องให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยตีความออกมาให้ช้ด ๆ !!

​เกจิการเมืองเรื่องยุ่ง ๆ อีรุงตุงนังทั้งวิเคราะห์และสังเคราะห์มาว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นไป จะมีกระแส “ยุบสภา” เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ

​โดยดูสถานการณ์จากคนในพรรคพลังประชารัฐของ “ลุงป้อม”ที่่มีปัญหาเรื่องความสามัคคี เหมือนกับว่าแต่ละก๊กในพรรค “ลุงป้อม” ทำท่าจะเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน

ถึงแม้ว่า “ลุงป้อม” ขอให้ทุกคนในพรรคสามัคคีกลมเกลียวกัน แต่เชื่อว่าลึก ๆ แล้วไม่มีสามัคคีกันเท่าไหร่นัก พร้อมที่จะแยกเขี้ยวลากเขี้ยวเข้าขวิดใส่กัน??

​ถ้าเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ติดตามข่าวสารทางการเมืองจะได้ยินได้ฟังจากปากของ “ลุงตู่” มักจะยืนยันว่าไม่ “ยุบสภา” ไม่ว่าจะเป็นวันเวลาใด เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าขออยู่ในครอบเทอม 4 ปีให้เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งทางการเมือง!!

​ในการเดินทางไปประชุมเรื่องโลกร้อนของ “ลุงตุ่” ร่วมกับ “ผู้นำ” ทั่วโลกที่เมืองกลาสโกว์ สก๊อตแลนด์ ประเทศอังกฤษ

​ปรากฏเป็นข่าวออกมาว่า “ลุงตู่” ได้เชื้อเชิญ “โจ ไบเดิน” ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกามาเยือนไทยเพื่อร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค หรือเรียกตัวย่อสั้น ๆ ว่า เอเปค ที่เมืองไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า 2565

ข่าวดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณลับแจ้งให้ ส.ส.ทุกฝ่ายได้รับทราบว่า “ลุงตู่” จะนั่้งเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” ไปตลอดปี 2565 เพื่อต้อนรับผู้นำมหามิตร “โจ ไบเดิน” ด้วยตนเอง

​ปิดกั้่น “นายกรัฐมนตรี “คนอื่นที่ไม่ใช่ “ลุงตู่” ทำหน้าที่เจ้าภาพของงานระดับนานาชาติ!!

หลังจากงาน เอเปค จบสิ้นลงไปแล้ว จะเกิดเหตุการณ์ “ยุบสภา” หรือเปล่า ไม่มีใครคาดเดาได้

ถ้า “ลุงตู่” อดทนนั่งเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี ” โดนยอมหูชาจากเสียงด่า หรือต้องเจอะเจอกับ “ม็อบ” สารพัดทะลุโน่นทะลุนี้ เพื่อลากยาวจนถึงเดือนมีนาคม 2566 ที่สภาผู้แทน ฯ ครบเทอม 4 ปีพอดี

ส่วน “ลุงตู่” จะทำ “แฮตติค” เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ณ วันนี้ไม่มีใครฟันธงได้แน่ๆ เพราะการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ที่ว่าจะนอนมาบางทีพลิกล็อกกลายเป็นนอนไปไหนก็ไม่รู้??

​เพราะฉะนั้นหลังเลือกตั้งครั้งหน้า “ลุงตู่” จะต้องประสบ 2 ชะตากรรม

คือมีทั้ง “โชคดี” หรือ”โชคร้าย”!?!


แชร์