ชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” มาพร้อมกับการเมืองเข้าสู่ฤดูหนาว??

แชร์

31 ต.ค.64 / คอลัมน์ : คมความคิด

คอลัมนิสต์ : นายจักรยาน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

แต่สภาพภูมิศาสตร์ของไทยเราไม่ใช่จะหนาวกันทั้งประเทศตั้งแต่เหนือ-อีสาน กลาง ตะวันออกจรดไปถึงภาคใต้ ทว่าในข้อเท็จจริงอากาศหนาวจะหนาวมากหนาวน้อยในพื้นที่ภาคเหนือภาคอีสานกว่าภาคอื่น ๆ

ซึ่งก็มิใช่ว่าจะหนาวเย็นกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยลมหนาวที่เป็นอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้ามาปกคลุมตอนบนของประเทศเป็นระยะ ๆ

เมื่อความกดอากาศสูงหมดแรงลง ความหนาวเย็นของอากาศก็จะลดลงไปตามลำดับจนถึงขั้นสู่ร้อนปกติ รอจนกว่าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนพัดเข้ามาอีกระลอก อากาศก็จะเริ่มหนาวมาใหม่อีกครั้ง หมุนเวียนเป็นสภาพปกติของอากาศหนาวในเมืองไทย

สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองไทยของเราตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 จะมีบรรยากาศ “หนาว” อยู่ 2 ประการ
ประการแรกก็คือ การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว 46 ประเทศเข้ามาท่องเที่ยวให้เบิกบานใจ เพื่อหวังล้วงเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยวมาทำให้เศรษฐกิจของประเทศจะได้หมุนไปหมุนมาไม่หยุดชะงัก โดยรัฐบาล “ลุงตู่” ตั้งความหวังว่าจะดันให้ความเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศหรือ จีดีพี เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้

ณ วันนี้ไม่มีใครตอบได้ว่าเป้าหมายที่รัฐบาล “ลุงตู่” วางไว้จะสมหวังหรือผิดหวังจากจำนวนนักท่องเที่ยว 46 ชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวทั่วไทย

ก็หวังว่าอย่า “ผิดหวัง” เหมือนติดต่อ “ลิซ่า แบล็กพิ้งค์” มาเคานดาวนฺ์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เกาะภูเก็ต??

ด้วยเหตุฉะนี้ รัฐบาล”ลุงตู่” อย่าประมาทชะล่าใจเป็นอันขาด จะต้องมีการแก้ไขสถานการณ์เพื่อไปสู่เป้าหมายที่วาดฝันไว้อย่างทันทีทันใด

โดยเฉพาะจะต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ “ไวรัสนรก” ระบาดเถิดเทิงในการเปิดประเทศ มิฉะนั้นแล้ว “ลุงตู่” โดนถล่มด่าอย่างระเบิดเถิดเทิงแน่ แต่เชื้อไวรัสมหาประลัยไม่มีใครหน้าไหนกล้าด่า เพราะด่าไปแล้ว “โควิด-19” ก็หน้าหนาไม่รู้สึกอะไร!?!

ส่วน”ความหนาว” ประการที่ 2 คือเรื่องสถานการณ์การเมือง เพราะสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดประชุมให้ ส.ส.ท่านผู้ทรงเกียรติ มาลับฝีปากใช้วาทะกรรมในเวทีสัปปายะสภาสถานอันโอ่อ่าหรูแปลกตาที่ฝนตกแล้วน้ำหยดลงมาบนหลังคาในบางจุด

ความร้อนแรงของ “การเมือง” ในช่วงเปิดสมัยประชุมนี้จะทะลุพิกัดแค่ไหนอย่างไร เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องติดตามชมกันเหมือนหนังละครซีรีย์ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจหรืออาจจะหดหู่ใจก็ได้

ก่อนหน้านั้น พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นฝ่ายรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ที่เป็นฝ่ายค้าน ได้มีการเคลื่อนไหวภายในพรรคให้ประชาชนที่นิยมและไม่นิยมทั้ง 2 พรรคได้รับทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น??

ปรากฏว่าปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐที่ ส.ส.กลุ่มหนึ่งกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหาร เพื่อกดดันให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กระเด้งจากเก้าอี้เลขาธิการพรรค ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่

เพราะทุกตำแหน่งภายในพรรคเหมือนเดิมคนเดิม เนื่องจาก “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคทุบโต๊ะขอให้เหมือนเดิม

ประกาศเสียงดังเป็นการภายในและเล็ดลอดมาสู่ภายนอกว่า ถ้าทุกคนภายในพรรคยังทะเลาะไม่เลิก กูจะลาออกจากหัวหน้าพรรค!!

ก็ไม่รู้ว่า ส.ส.ที่กิน “เกาเหลา” กันของพรรคจะหยุดทะเลาะกันจริงหรือไม่ แต่เชื่อได้เลยว่าจะมีข่าวลือข่าวปล่อยเรื่องใครทะเลาะกับใคร กลุ่มไหนมีปัญหาเหยียบเท้ากัน ก็จะมีการร่ำลือออกมาเป็นระยะๆ ??

และข่าวการ “เสี้ยม” ให้ “ลุงตู่” แตกสะบั้นกับ “ลุงป้อม” จนกระทั่ง 3 ป.แตกแยกจากกันไปคนละ ป. ก็จะมีการพูดกันอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง!?!

ฤาว่า ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านในพรรคพลังประชารัฐยอมทนมีความสามัคคีกลมเกลียวแบบหลวม ๆ เพื่อให้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นพรรคมี ส.ส.เป็นอันดับ 1

เมื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็มาทะเลาะกันอีกครั้งในการแก่งแย่งเชิงเก้ารัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ ๆ ให้กลุ่มตนเอง

เรื่องขัดแย้งกันนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมีแน่นอน เชื่อเหอะ!!

ทางด้าน “พรรคเพื่อไทย” ที่ได้เปลี่ยนตัวห้วหน้าพรรคจาก “เสี่ยสมพงษ์ อมรวิวัฒน์” มาเป็น “นพ.ชลน่าน ศรีนาน” ก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพร้ให้ดังตึงตัง หรือมีความหมายต่อสายตาของประชาชนทั่วไป!?!

เนื่องจาก “เสี่ยแม้ว” โทนี่ ชินวัตร เพราะได้ส่งลูกสาวคนเล็กสุดเลิฟ “อุ๊งอิ๊ง” แพธารทอง ชินวัตร มานั่งเก้าอี้ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

เหมือนส่งมาให้ช่ำชองกลยุทธทางการเมืองเรื่องยุง ๆ ให้ซึมซับเข้าสู่หัวสมองเพิ่มมากขึ้นเป็นระยะเวลาปีสองปีจนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งหน้า

จึงเป็นเรื่องไม่ผิดความคาดหมายจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เลาะลึกเจาะตื้นทันทีทันใดว่า “พ่อแม้ว” ได้ส่ง “ลูกอุ๊งอิ๊ง” เข้าสู่พรรคเพื่อไทย เพื่อวางตัวให้เป็น “นายกรัฐมนตรีหญิง” คนที่ 2 ของประเทศไทย

ด้วยเหตุฉะนี้และฉะนั้นที่มีการวิเคราะห์เจาะหาความจริงมาว่า “พรรคเพื่อไทย” ก็คือพรรค “เพื่อชินวัตร” นั่นเอง??

ที่แน่ ๆ ล้านเปอร์เซ็นว่า “อุ๊งอิ๊ง” จะเป็นรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อชินวัตร..ประทานโทษ..เพื่อไทย เพื่อเป็นแคนดิเดท “นายกรัฐมนตรี” ของพรรคเพื่อไทย

ส่วนหัวหน้าพรรคที่มีนามว่า “นพ.ชลน่าน ศรีน่าน” จะอยู่ในลำดับที่ 2 ที่่ไม่กล้าหือกล้าฮืออะไรให้เสียเวลา เพราะรู้ดีว่าพรรคนี้ของใคร!?!

และในอนาคตข้างหน้า “อุ๊งอิ๋ง” จะนั่งเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ตัวจริงเพื่อสืบทอดเก้าอี้ของวงศ์ตระกูลชินวัตร!!

นับจากวันนี้เป็นต้นไปความหลังครั้งเก่าในอดีตของ “อุ๊งอิ๊ง” จะถูกขุดออกมาประจานทั้งเรื่องไม่ดีและเรื่้องดีให้ประชาชนได้รับรู้จนท่วมหัว!!

ไม่ว่า “อุ๊งอิ๊ง” เคลื่อนไหวทำอะไรในนามของพรรคหรือส่วนตัว ก็จะถูกรายงานให้แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับทราบกันแทบทุกวัน

ดังนั้นชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” จะเป็นชื่อติดตลาดทางการเมืองที่สารพัดสื่อต่าง ๆ และนักการเมืองแต่ละขั้วโฆษณาให้ฟรี ๆ !?!

โชคดีนะจ๊ะ “หนูอุ๊งอิ๊ง”!!

แชร์