การใช้พืชสมุนไพรทำยา (ตอนที่ 3)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564

การทำยาพื้นบ้านแบบไทยโบราณ

กรรมวิธีการทำยาพื้นบ้านของคนไทยเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้

1.ประเภทยาต้ม

ยาต้ม เป็นการเตรียมยาที่ได้จากพืชสมุนไพรที่มีมาช้านานแล้ว เป็นการเอาน้ำมาเป็นตัวละลายตัวยาที่มีอยู่ในพืชสมุนไพรของดีของยาต้มก็ได้แก่ ออกฤทธิ์เร็ว ดูดซึมได้ง่าย

การเตรียมก็ทำง่ายดายและสะดวกมากแต่ก็มีข้อเสีย ได้แก่ รสชาตินั้นเอง รวมทั้งกลิ่นของยาอีกด้วย บางทีก็อาจจะดื่มกินได้อย่างลำบากเพราะรสที่ชวนดื่มสำหรับผู้ที่กินยายาก

อีกประการหนึ่ง ยาต้มทั้งหลายก็เก็บไว้ไม่ได้นาน มิหนำซ้ำยังขึ้นราได้ง่ายอีกด้วย หากต้องการเก็บเอาไว้นานก็จะต้องใช้สารกันบูดผสมลงไปก็ได้

วิธีการเตรียมยาต้ม

1.น้ำและภาชนะที่ใช้ต้มยา

น้ำที่ใช้ต้มยานี้จะต้องเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ปริมาณของน้ำที่ใช้ต้มยานั้นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณของยาโดยปกติก็จะใส่น้ำให้พอท่วมตัวยาที่มีอยู่ภาชนะที่ใช้ในการต้มยานั้นควรเป็นภาชนะดินเผาหรือหม้อเคลือบก็ใช้ได้เช่นกันไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะ เช่น เหล็ก เพราะจะทำให้สารแทนนินที่มักพบในพืชสมุนไพรทำปฏิกิริยากับโลหะได้ ซึ่งจะมีผลต่อฤทธิ์ของยาได้
2. การเตรียมยาสมุนไพร

ยาสมุนไพรที่ใช้ต้มควรหั่นเป็นชิ้นพอดี ถ้าเป็นแก่นก็หั่นเป็นชิ้นเท่าๆกัน ถ้าเป็นใบใหญ่ เช่น ชุมเห็ดเทศให้หั่นเป็นฝอย แต่ถ้าเป็นใบเล็กเช่น ฟ้าทะลาย กะเพรา ก็ให้ใช้ทั้งใบเลย ขนาดไม่ควรเล็กจนเกินไปเพราะจะทำให้กรองยาต้มยากและเวลาต้ม อาจจะเกิดการไหม้ได้ง่าย

การต้มยา

ให้เติมน้ำสะอาดลงไปในตัวยา คนให้เข้าด้วยกัน แช่ทิ้งไว้ 20-30 นาทีก่อนต้มเพื่อให้ยาสมุนไพรดูดซึมน้ำได้เต็มที่(แต่ถ้าเป็นพืชสมุนไพรสดๆ ก็ไม่ต้องแช่น้ำ ใช้ไฟขนาดกลางต้มจนเดือด ใช้เวลาต้มไปสัก 15 – 20 นาทีก็พอเวลาที่น้ำเดือดจะต้องคอยคนดูแลยาต้มให้ดี ระวังอย่าให้ยาไหม้ที่ก้นหม้อได้ (ในการต้มยาไทย ส่วนมากจะต้ม 3 เอา 1 คือใส่น้ำลงไป 3 ส่วนของปริมาณที่ต้องการใช้ แล้วต้มให้น้ำเหลือ 1 ส่วน) ยาต้มควรรับประทานในเวลาท้องว่างส่วนจำนวนครั้งและปริมาณก็ให้เป็นไปตามกำหนดในวิธีใช้ยา

หมายเหตุ : ยาต้มทั่วไปไม่ควรทิ้งเอาไว้ค้างคืน ต้มแล้วรับประทานให้หมดภายในวันเดียว

2.ประเภทยาชง

ยาชงเป็นรูปแบบหนึ่งที่เตรียมยาได้ง่าย สะดวกดี ส่วนมากเป็นการใช้ยาสมุนไพรแห้งและเติมน้ำร้อนเป็นตัวทำละลายข้อดีของยาชงก็คือ มีการดูดซึมได้ง่าย มักจะเป็นยาที่มีกลิ่นหอมและรสชาติก็ดีอีกด้วย

วิธีการเตรียมยา

ยาชงส่วนใหญ่เป็นการนำเอาส่วนของพืชสมุนไพรมาใช้ เช่น หญ้าหนวดแมว ใบชุมเห็ดเทศ กลีบรองดอกของดอกกระเจี๊ยบมาล้างให้สะอาดเสียก่อน แล้วจัดการผึ่งลง เอาไว้ให้แห้ง บางชนิดอาจเอามาคั่วหรือปิ้งไฟก็ได้ เติมน้ำเดือดลงไปในสมุนไพรนั้น ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ก็ใช้ได้ อย่าทิ้งยาชงเอาไว้นานเกินไปเพราะจะทำให้สรรพคุณของยา ออกฤทธิ์เปลี่ยนแปลงไป กลิ่นรสอาจจะเสียไปอีกด้วย

3.ประเภทยาลูกกลอน

ยาลูกกลอนเป็นยาอัดรูปหนึ่งของยาสมุนไพร ลักษณะรูปร่างเป็นเม็ดกลมๆ อาจทำมาจากผงยาชนิดเดียวกันหรือมีหลายชนิดผสมเข้าด้วยกันผสมสารบางอย่างที่ทำให้ตัวยาที่เป็นผงเกาะติดกันดีเช่น น้ำ แป้งละลายน้ำ หรือน้ำผึ้ง เป็นต้น ยาลูกกลอนที่เอาน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมก็ทำมาจากผงยาเอาน้ำผึ้งมาผสมเข้าด้วยกันมีรูปลักษณะเป็นรูปกลมๆ มีน้ำอยู่น้อย การแตกตัวจึงช้าออกฤทธิ์ได้นานน้ำผึ้งที่ใช้ผสมช่วย ปรับรสและช่วยบำรุงร่างกายด้วยยานี้มักใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อรังและโรคที่ต้องการบำรุงร่างกายด้วยแต่มีข้อเสียอยู่ที่ยาลูกกลอนจะต้องใช้น้ำผึ้งเป็นปริมาณมากสักหน่อยและจะต้องเป็นน้ำผึ้งแท้อีกด้วยราคาต้นทุนจึงสูงกว่าปกติธรรมดาของยาลูกกลอนโดยทั่วไป
การเตรียมยาลูกกลอนน้ำผึ้ง
1.ขั้นตอนการเคี่ยวน้ำผึ้ง

เป็นวิธีการที่สำคัญมาก การเคี่ยวน้ำผึ้งก็มีประโยชน์ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีเป็นการไล่เอาน้ำที่มีอยู่ในน้ำผึ้งออกไปอีกด้วย จึงทำให้ยาลูกกลอนไม่ขึ้นราการเคี่ยวน้ำผึ้งปฏิบัติได้ดังนี้

– เอาน้ำผึ้งใส่หม้อที่เตรียมไว้ โดยทั่วไปอัตราส่วนระหว่างน้ำผึ้งต่อยาผงที่จะใช้ผสม ก็เป็น 1 : 1(โดยน้ำหนัก) การใช้น้ำผึ้งมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของผงยาที่ใช้ด้วย

– ช่วงแรกของการเคี่ยวน้ำผึ้งจะต้องใช้ไฟแรง เอาน้ำเดือดปริมาณ1/3 – 1/4 ของน้ำหนักน้ำผึ้งใส่ลงไปด้วย จัดการคนให้เข้ากันดี เคี่ยวไปจนน้ำผึ้งเหนียวลักษณะของน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้วจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ไม่แตกแยกออกจะรวมตัวด้วยกัน หากหยดน้ำผึ้งลงไปในน้ำแล้วน้ำผึ้งยังเหนียวไม่แข็งไม่จับกันเป็นก้อน ก็จะต้องเคี่ยวต่อไป แล้วทดลองอีกครั้งจนได้ที่

– เมื่อเคี่ยวน้ำผึ้งจนได้ที่แล้ว ให้ยกลงจากเตาได้ กรองด้วยผ้าขาวบางกวนไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำผึ้งเริ่มเย็น เมื่อเย็นแล้วจึงเอาไปผสมกับยาผงต่อไปอีกตามขั้นตอน

2.การผสมน้ำผึ้งกับยาผง

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะยาจะเป็นเม็ดหรือไม่เป็นเม็ดขึ้นอยู่กับการผสมน้ำผึ้งกับผงยานี้แหละ

– นำผง ที่ชั่งเตรียมเอาไว้ ใส่ลงไปในถาดหรือกาละมังที่แห้งสะอาด

– ตวงน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้วค่อยๆ เทราดลงไปบนยาผลทีละน้อยๆเอามือที่สะอาดคลุกเคล้ายาผงให้เข้ากับน้ำผึ้ง เทราดน้ำผึ้งคลุกเคล้ากับยาผงไปเรื่อยๆ จนยาได้ที่ สังเกตได้จากยาที่คลุกเคล้าทดลองปั้นเป็นเม็ดดูด้วยมือว่าเป็นเม็ดหรือยัง บีบเม็ดยาที่ปั้นดูว่ายานี้แตกร่วนหรือไม่ถ้ายานี้ไม่แตกร่วนเป็นเม็ดเกาะกันดีอยู่แสดงว่ายานี้ได้ที่แล้ว

3.การปั้นเป็นเม็ดลูกกลอน

เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน จะต้องปั้นให้กลม และมีขนาดสม่ำเสมอกันด้วย ในการปั้นทำได้โดยค่อยๆ แบ่งยาที่ผสมเอาไว้มาปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8 ซ.ม.เม็ดยาแห้งดีพอสมควรก็เก็บไว้ใน ขวดที่สะอาด มีฝาปิดอย่างมิดชิดก็ใช้ได้

(ตอนต่อไป : ประเภทยาดองเหล้า)


แชร์