บทเรียนจากโรงงานขนาดเล็กในสมุทรปราการ ปราบคลัสเตอร์โควิด

แชร์

คลัสเตอร์โรงงานผลิตผ้าคลุมรถยนต์ใน จ.สมุทรปราการที่มีพนักงานติดโควิดครึ่งหนึ่ง สามารถลดยอดการติดเชื้อให้เหลือ 0 (สะกัดการติดเชื้อเพิ่ม) ได้ภายใน 36 วัน และรักษาตัวเลขสีขาวไว้ด้วยการยึดมาตรการใส่หน้ากากอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง ล้างมือ จัดการการระบายอากาศในโรงงานและใช้ ATK ตรวจเชิงรุก

โรงงานนี้รักษาตัวเลขติดเชื้อที่เหลือ 0 ได้ทะลุ 100 วันแล้ว เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา

Zero Covid Thailand นำโดย ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ นักสื่อสารงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และนักรณรงค์ และนายธนะศักดิ์ พึ่งฮั้ว ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมบริษัทชั้นนำและเจ้าของเพจ ‘Airborne มองจากมุมวิศวกร’ ลงพื้นที่โรงงานที.เอส.เค. โฮลดิ้งใน ต. ปากน้ำ จ. สมุทรปราการ โรงงานผลิตผ้าคลุมรถยนต์ชั้นนำที่มีการระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดอบรมและวางมาตรการป้องกันโควิดแพร่ทางอากาศ Airborne Precautions และมาตรการตรวจ ATK เชิงรุกเพื่อจำกัดความเสี่ยงและลดจำนวนผู้ติดเชื้อในโรงงานจนตัวเลขเหลือศูนย์

.

“จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดจากที่เราได้ให้ความรู้ผู้คนผ่านรายการ WitCast EP.100 ร่วมกับคุณแทนไท ประเสริฐกุล (ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม) เกี่ยวกับโควิดกับความอบอวลของละอองลอยซึ่งเป็นช่องทางการติดของโควิดที่น้อยคนจะรู้ ทางเจ้าของโรงงานได้ฟังถึงวิธีการแพร่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนพร้อมวิธีป้องกัน ได้สั่งให้ระบายอากาศทั้งโรงงานในวันรุ่งขึ้นทันทีและเราทราบจึงติดต่อไปพูดคุย เราจึงทราบว่าโรงงาน TSK มีพนักงานติดเชื้อโควิดถึง 14 คน (คิดเป็น 50% ของบริษัท) ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดย 2 คนในนั้นอาการหนักด้วยภาวะเชื้อลงปอด ซึ่งแน่นอนว่าเกิดความโกลาหลกันอย่างมาก ทั้งเรื่องสำคัญเร่งด่วนเช่นการหาเตียงให้ผู้ป่วย และลูกของผู้ป่วย การคัดกรองผู้ที่เหลือ การประสานงานกับ supplier และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความรับผิดชอบ” ในการส่งออเดอร์ให้กับลูกค้า” ม.ล.รังษิธร กล่าว

“ผมกับอาจารย์ธนะศักดิ์ จึงริเริ่มโครงการ Zero Covid Factory ขึ้นมาอย่างเร่งด่วนเพื่อหาทางออกให้กรณีดังกล่าว โดยใช้ความรู้ที่เราต่างศึกษามาจากงานวิจัยทั่วโลกเป็นอย่างดี” ม.ล.รังษิธร กล่าว

อาจารย์ธนะศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “เราตระหนักว่า 95% ของการแพร่ของโควิดนั้นเป็น Airborne Transmission พูดง่ายๆ คือ แพร่ในอากาศ เกิดจากการฟุ้งของละอองลอย (Aerosol) ในอาคารปิด แออัด หลักฐานตรงนี้แน่นหนามาก เมื่อเทียบกับการติดเชื้อผ่านละอองฝอย (Droplet) ผ่านน้ำมูก น้ำลายกระเด็น รวมถึงการเอามือไปจับตามพื้นผิว (Surface) แล้วเอามาป้ายหน้าจนติดเชื้อ ที่มีหลักฐานน้อยมากๆ และละอองลอยนั้นมันก็มีวิธีการป้องกันเฉพาะที่เราต้องปรับใช้อย่างถูกต้อง เราเตรียมการกันอยู่ 1 สัปดาห์ ประสานกับฝั่งเจ้าของโรงงานก่อนลงพื้นที่ซึ่งคือโรงงาน TSK”

“เราไปถึงโรงงานช่วงบ่ายวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 และเริ่มต้นด้วยการคัดกรองตรวจเชื้อ ด้วยการแจก Antigen Rapid Test Saliva ให้พนักงานทุกคนพร้อมอบรมวิธีใช้ เพื่อเป็นการจำกัดความเสี่ยงมิให้เกิดการแพร่ระบาดภายในโรงงาน”

“โรงงานควรจะดำเนินการคัดกรองพนักงานเชิงรุกในแต่ละแผนกให้ตรวจหาเชื้อด้วยน้ำลายโดยมีขั้นตอนที่เหมาะสมคือ หากกรณีเครื่องตรวจสอบและงบประมาณมีจำกัด ขอให้จัดกลุ่มพนักงานที่มีความใกล้ชิดกันเข้าด้วยกัน เช่น Grouping แบ่งกลุ่มพนักงาน 5 คนต่อกลุ่มแล้วทำการแจกเครื่องมือทดสอบกลุ่ม ละ 1 ชุด / สัปดาห์ แล้วสุ่มตรวจ 1 ใน 5 คนของแต่ละกลุ่ม โดยให้พนักงานทุกท่านที่ได้ชุดทดสอบ ทำการทดสอบตนเองที่บ้านในวันหยุด และแจ้งผลมาทาง Line หากผลทดสอบเป็น Negative ให้สามารถมาทำงานได้ หากผลทดสอบเป็น Positive ให้อยู่ที่บ้าน และพนักงานแผนกนั้นๆทุกคนต้องได้รับการตรวจในฐานะกลุ่มเสี่ยง พนักงานที่ผลเป็น Positive จะได้รับถุงยังชีพและติดต่อศูนย์ช่วยเหลือในลำดับถัดไป” ม.ล.รังษิธร กล่าว

“ต่อมาเรามีการอบรมเพิ่มเกี่ยวกับการใส่หน้ากากป้องกันละอองลอย ย้ำให้พนักงานทุกคนต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ทางโรงงานจะแจก N95 / KN95 / KF94 ให้ใช้คนละ 1 แพ็ค/เดือน เราขอแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 3-5 วัน และให้ใส่ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงงานและหลีกเลี่ยงการ Double Masking หรือใส่หน้ากากสองชั้นแบบผิดวิธีเช่นการเอาหน้ากากอนามัยไว้ข้างใน KN95 ไว้ข้างนอก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันรวมต่ำลงเพราะหน้ากากอนามัยรั่วบริเวณจมูกและหลวมระหว่างสวมใส่” อาจารย์ธนะศักดิ์ กล่าว

“ในส่วนของการล้างมือทางโรงงานมีความเข้มงวดอยู่แล้วโดยได้จัดจุดล้างมือไว้ให้ในทุกๆจุด รวมถึงขวดแอลกอฮอล์สำหรับพกพา มีการขอให้พนักงานทุกท่านเอาใจใส่และล้างมือบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ หรือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งของ สุดท้ายคือการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยระยะที่ทางโรงงานใช้คือ 2 เมตร หรือระยะเอื้อมแขนไม่ถึงกัน การพูดคุยติดต่อกันควรห่างที่สุด หรือใช้เครื่องมือสื่อสารอื่นๆ เช่น Walkie-Talkie หรือโทรศัพท์มือถือ” อาจารย์ธนะศักดิ์ กล่าว

อาจารย์ธนะศักดิ์ แนะนำกลยุทธ์สำคัญเพิ่มเติม “เชื้อ Covid สามารถแพร่ทางอากาศได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เกิดการเปลี่ยนอากาศใหม่เข้ามา และถ่ายอากาศเก่าที่อาจปนเปื้อนเชื้อออกไป

เราควรจะเปิดหน้าต่างรับลมเข้าออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ โดยให้คำนึงถึงทิศทางลมเข้า และช่องทางลมออก กรณีที่ไม่สามารถทำได้ ให้ใช้พัดลมช่วยควบคุมหรือเบี่ยงเบนทิศทางลม ในห้องปิด เช่น Office ที่มีพัดลมระบายอากาศ อาจจะติดไว้ทั้งสองด้าน ให้ตัวหนึ่งรับอากาศใหม่ อีกตัวดูดอากาศเก่าทิ้ง”

“ใน Office ที่ไม่สามารถรับอากาศใหม่ได้ ควรใช้วิธีการ Work From Home หรือ แบ่งเวลาทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงควบคู่ไปกับการใช้ HEPA filters และใช้เครื่อง CO2 meter แบบพกพา วัดค่าคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกๆ พื้นที่ในโรงงานและ Office ทุกวัน โดยกำหนดไม่ให้เกิน 600ppm ถ้าเกินถือว่าการระบายอากาศไม่ดี พนักงานสูดลมหายใจเสียของคนอื่นมาก ทำให้เสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อจากการแพร่ทางอากาศผ่านทางละอองลอยในระยะใกล้ถ้าหากมีมีผู้ติดเชื้อปะปนอยู่ในอาคาร ฉะนั้นการระบายอากาศคือสิ่งสำคัญในการรักษาค่า CO2”

อาจารย์ธนะศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “ห้องน้ำ ห้องกาแฟ ที่ล้างมือ จุดเติมน้ำ จุดตอกบัตร ฯลฯ พื้นที่เหล่านี้เป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมักจะเป็นพื้นที่เล็กๆ การระบายอากาศต่ำ การปรับปรุงสถานที่เหล่านี้จึงควรออกแบบใหม่ให้มีความกระจายตัว และลดการสัมผัสและความแออัด” ฉะนั้น ห้องน้ำให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ติดเครื่องดูดอากาศ เครื่องกรอง และ/หรือ เว้นระยะเวลาในการเข้าห้องน้ำ ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำ

ส่วนห้องกาแฟกระจายตัวออกไปในหลายๆ แผนก ลดการเดินทาง และลดการพูดคุยในห้องกาแฟ ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย สำหรับการตอกบัตร ยกเลิกสแกนนิ้ว เปลี่ยนเป็นสแกนใบหน้า หรืออาจจะใช้ QR Code บน iPad ที่ Generate ใหม่ทุก 1 นาที เป็นต้น

นายชัยยุทธ ตั้งสุรกิจ อายุ 35 ปี เจ้าของโรงงาน ที.เอส.เค. กล่าวว่า “ที่ผ่านมาได้ปฎิบัติตามมาตรการใหม่และคำแนะนำของ Zero Covid Thailand อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องโดยในการตรวจสอบในวันนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อในโรงงาน 0 รายมาเป็นเวลากว่า 100 วันแล้ว ขอขอบคุณ Zero Covid Thailand และเราอยากให้ภาครัฐ เอกชนและโรงงานอื่นๆ ตื่นตัวในเรื่องของการเฝ้าระวังการแพร่ทางอากาศของโควิดให้มากขึ้น รวมถึงการป้องกันที่เข้มข้นเช่นนี้และมุ่งเน้นการกำจัดโควิดให้หมดไปจากกิจการและสังคมรอบๆไปด้วยกัน”

Zero Covid Thailand รวมพลังไทยลดยอดติดเชื้อ ให้เหลือ “0”

ติดตามเราได้ที่

Twitter : twitter.com/zerocovidthai

Website : www.zerocovidthai.org/

Facebook : Zero C Thailand รวมพลังไทยลดยอดติดเชื้อ ให้เหลือ “0”

Blockdit : www.blockdit.com/zerocovidthai


แชร์