วันจันทร์ 3 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Headline นายอำเภอสบเมย ออกคำสั่งด่วน ล็อคดาวน์ 4 หมู่บ้าน

นายอำเภอสบเมย ออกคำสั่งด่วน ล็อคดาวน์ 4 หมู่บ้าน

8 ก.ย.64 นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอสบเมย ออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่ออำเภอสบเมย ที่ 303 /2564 สั่ง ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564 เรื่อง ปิดหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จำนวนมาก จากการสอบสวนโรคของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติตต่อ พบว่ามีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ บ้านห้วยมะโอ หมู่ที่ 2 บ้านสบเมย หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ บ้านแม่สวดใหม่ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สวด และบ้านคอนผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คะตวน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก กรณีดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ เพื่อมิให้มีการแพร่โรคออกไปเป็นวงกว้าง

นายอำเภอสบเมย ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอสบเมย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่ออำเภอสบเมย จึงให้ปิดสถานที่ในพื้นที่อำเภอสบเมย เป็นการชั่วคราว ดังนี้
ข้อ 1 กำหนดปิดพื้นที่บ้านห้วยมะโอ หมู่ที่ 2 บ้านสบเมย หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ บ้านแม่สวดใหม่ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สวด และบ้านคอนผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2564 เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาด

ข้อ 2 ห้ามผู้ใดเข้าหรือออกจากพื้นที่ห้วยมะโอ หมู่ที่ 2 บ้านสบเมย หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ บ้านแม่สวดใหม่ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สวด และบ้านคอนผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เว้นแต่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานควบคุมโรคติดต่ออำเภอ (นายอำเภอ) หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย

ข้อ 3 ห้ามบุคคลในพื้นที่ตามข้อ 1 รวมตัวกันในที่สาธารณะเกินกว่า 6 คนขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2564

ข้อ 4 มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้าน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นบริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้าน บ้านห้วยมะโอ หมู่ที่ 2 บ้านสบเมย หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ บ้านแม่สวดใหม่ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สวด และบ้านคอนผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้ช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ อาจมีความผิดตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2564

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน