เกษตรกรยื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่สะเรียง หลังได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จากการสร้างพนังกั้นน้ำริมตลิ่ง ส่งผลกระทบที่ทำกิน ให้หน่วยงานรับผิดชอบเร่งแก้ไข พื้นที่เกษตรกรรมทำกินติดแม่น้ำยวม เสียหายหลายสิบไร่
เมื่อว้นที่ 16 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงาน ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง มีกลุ่มเกษตรกรจากบ้านหนองผักหนาม หมู่ 7 บ้านไร่ หมู่ 5 ต.แม่สะเรียง และ ชาวบ้านเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำเกษตรกรรมอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยวม ตั้งแต่พื้นที่ บ้านนาคาว บ้านทุ่งพร้าว บ้านไร่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมตัวกันกว่า 50 คน บริเวณสะพานบ้านไร่ – บ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขผลกระทบจากการก่อสร้างพนังกั้นน้ำริมตลิ่งน้ำแม่ยวม บริเวณฝั่งด้านหมู่บ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้น้ำเปลี่ยนกระแสทิศทางเข้ากัดเซาะพื้นที่ทำกินของเกษตรกรบ้านหนองผักหนามกว่า 10 ราย
นายวีกิจ เจ้าดูรี ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง เดินทางมารับหนังสือเรื่องร้องเรียน จากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกล่าวว่า หลังจากทางศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่สะเรียงได้รับหนังสือร้องเรียน ก็จะดำเนินการทำหนังสือด่วนที่สุดถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น คงอาจจะมีการนัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นอีกรอบเพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน สำหรับการก่อสร้างพนังกั้นริมตลิ่งในเขต ต.แม่ยวม ระหว่าง บ้านคะปวง – บ้านทุ่งแพม ของกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 1.5 กิโลเมตร

ด้านนายนิพนธ์ โอภาสงวน เกษตรกรบ้านหนองผักหนาม ซึ่งเป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่สะเรียง เปิดเผยว่า กรณีการขุดลอกลำน้ำแม่ยวม เพื่อจัดทำพนังกั้นตลิ่งริมน้ำส่งผลทำให้เกิดการเบี่ยงทางน้ำหรือน้ำเปลี่ยนทิศทางเข้าพื้นที่ทำกินที่ทำนา ที่มีโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ของชาวบ้าน นับสิบราย ประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝนหากเกิดปัญหาน้ำไหลหลากและปริมาณน้ำมากขึ้นก็จะทวีความรุนแรงทำให้เสียหายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางราษฏรบ้านหนองผักหนามที่มีที่ทำกินติดริมน้ำบริเวณฝั่งตรงข้ามที่ก่อสร้างฯ ไม่รู้เรื่องการดำเนินการสร้างพนังกั้นน้ำดังกล่าวฯแต่อย่างใด เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบทำการประชาคมกับราษฏรฝั่งเขตตำบลแม่ยวมเท่านั้น ไม่มีการทำประชาคมหรือประชามติรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงหรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากโครงการดังกล่าวฯแต่อย่างใด จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาเร่งแก้ไขการเปลี่ยนทางน้ำ หรือ ดำเนินการทำพนังกั้นลำน้ำให้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็ว
ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน
















