วันศุกร์ 23 ตุลาคม 2026
หน้าแรก ที่พึ่งประชาชน “นายกชา”แถลงนโยบายจับมือทุกฝ่ายเร่งทำงานเชิงรุก

“นายกชา”แถลงนโยบายจับมือทุกฝ่ายเร่งทำงานเชิงรุก

(21 มิ.ย.) ที่ห้องประขุมสภาเทศบาลตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการประชุมสภาเทศบาลตำบลปากนคร สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี พ.ศ. 2564 เป็นญัตติที่สำคัญเสนอในที่ประชุมสภา ฯคือญัตติการแถลงนโยบายของนายปรีชา แก้วกระจ่าง นายกเทศมนตรี ซึ่งแถลงต่อสภาเทศบาลตำบลปากนคร โดยมีทีมบริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่

 นายปรีชา เปิดเผยว่า ตนได้แถลงนโยบายต่อสภา ฯ โดยมีนโยบายที่ครอบคลุมในทุก ๆ ด้านรวม  8 ด้าน นอกจากนี้มีนโยบายเร่งด่วนที่ตนและทีมบริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ตนได้คุยกับสมาชิกสภา และเจ้าหน้าทุกคนว่าเรื่องการเมืองถือว่าจบไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราไม่มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่เรามีฝ่ายเดียวกัน พวกเดียวกัน เพราะผู้บริหาร สมาชิกสภา แม้ตอนเลือกตั้งจะอยู่คนละฝ่ายกัน แต่ทุกคนเป็นลูกหลานชาวปากนคร มีความตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาปากนคร เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถือว่าเป็นมติจากประชาชนชาวปากนครที่จะต้องช่วยกันทำงานในเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาที่คั่งค้าง หมักหมมมายาวนานหลายปี ประชาชนเลือกทุกคนมาเป็นตัวแทนเข้ามาร่วมทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หลังจากนี้ก็ให้ประชาชนได้จับตาและติดตามความเคลื่อนในการทำงานพัฒนาปากนครทั้งสองฝั่ง สิ่งสาธารณูปโภคที่เรายังขาดเราจะต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน

“นโยบายสำคัญเร่งด่วนที่สุดคือปากน้ำปากนครตื้นเขินจนเรือประมงพาณิชย์ และเรือประมงพื้นบ้านขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่เคยว่างเข้าออกได้ไม่สามารถวิ่งเข่าออกได้ยกเว้นเรือประมงขนาดเล็กหรือเรือหางยาว ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงของชาวปากนครและใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เดิมลึก 4-5 เมตร กว้าง 50 เมตร แต่ทุกวันนี้ในช่วงน้ำลงปากอ่าวปากนครจะตื้นเขินจนเรือทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ต้องเปลี่ยนไปใช้ร่องน้ำนอกพื้นที่แทนคือร่องน้ำของ อ.ท่าศาลา ทั้ง ๆ ที่ทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ตำบลปากนครมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารทะเลสด ๆ เมื่อเรือเข้ามาจอดเทียบท่าไม่ได้ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหลายหายไป ตนจึงได้ประวานกับกรมเจ้าท่าเพื่อขอให้ดำเนินการในนโยบายขุดลอกปากอ่าวปากนคร เพื่อให้เรือที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพประมงหรืทอเรือโดยสารสามารถวิ่งผป่านได้เหมือนในอดีตที่ปากนครเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก”

  นายปรีชา กล่าวว่า เมืองนครศรีธรรมราชรับน้ำมาจากเทือกเขาหลวงไหลผ่านตัวเมืองโดยคลอง 5 สายแต่ทุกสายจะไหลมารวมกันและออกสู่ทะเลที่อ่าวปากนคร นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงแล้วยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านบนจนถึงตัวเมืองนครศรีธรรมราชที่ประสบอุทกภัยภัยรุนแรงเพราะน้ำไหลออกสู่ทะเลได้ยากลำบาก หากขุดลอกร่องน้ำอ่าวปากนคร ปัญหาต่าง ๆ จะหมดไปทันที  ปากนครจะกลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่โดดเด่นอยู่ใกล้ตัวเมืองนครศรีธรรมราชแค่ 10 กม. เท่านั้น นอกจากนี้โครงการเร่งด่วนอีกโครงการหนึ่งคือการก่อสร้างสะพานข้ามคลองปากนครเพื่อเชื่อมต่อเขตเทศบาลทั้งสองฝั่งคือฝั่งหมู่ 1 หมู่ 6 ต.ปากนครกับฝั่งหมู่ 4 ต.ท่าไร่  ให้สามารถเดินทางไปมาได้สะดวกรวดเร็ว ในปัจจุบันต้องใช้เรือหางยาวโดยสารข้ามไปมา หากจะเดินทางในเสนทางรถยนต์ก็จะต้องขับรถอ้อมไปกว่า 10 กม. พวกเราทุกคนจะมุ่งมั่น รักสามัคคี ร่วมกันพัฒนาปากนครของพวกเราให้กับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนในอดีต

หลังจากนั้นนายปรีชา ได้นำคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดร่องน้ำที่ตื้นเขินรวมทั้งจุดที่จะมีการก่อสร้างสะพานข้ามคลองปากนครเชื่อมการสัญจร 2 ฝั่ง โดยพบว่ามีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก มองเห็นแหลมตะลบุมพุกฝั่ง ต.แหบมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อย่างชัดเจนเหมาะในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประกอบอาชีพประมงพาณิชย์ ประมงชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน การนั่งเรือหางยาวนำเที่ยวชมวิวทิศทัศน์ ร้านอาหารซีฟู้ดสดจากทะเล  ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม ที่พัก เป็นต้น ส่งผลด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สิวะ พันธภาค จ.นครศรีธรรมราช/รายงาน.