เมื่อวันที่ 1 กพ. 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายบุญธรรม ปิยาโน อายุ 82 ปี ชาวบ้านโป่งดอยช้าง ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ว่ามีครอบครัวฐานะยากจน อยู่กัน 4 คนแม่ลูก แม่ป่วยติดเตียง ลูกชายเป็นมะเร็งที่คอ ลูกสาวไม่สมประกอบ ลูกชายคนเล็กพิการ ซึ่งลูกชายผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว มาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งที่คอ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและดูแลผู้ที่อยู่ในครอบครัวได้เหมือนเดิม น้องชายสุดท้องเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินและพูดได้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบครอบครัวดังกล่าวที่ บ้านเลขที่ 7/14 บ้านโป่งดอยช้าง หมู่ที่ 13 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวมีใต้ถุน หลังคามุงด้วยใบตองตึง และข้างฝากั้นด้วยไม้ไผ่สานแตะสภาพทรุดโทรม พบ นางบือ เรืองวิไลพร อายุ 70 ปี ผู้เป็นแม่นอนป่วยอยู่บนที่นอนภายในห้องนอน ที่กั้นด้วยไม้ไผ่สานแตะ ไม่สามารถลุกนั่งพูดคุยได้ ส่วนตรงห้องข้างนอก มีผู้ป่วยมะเร็งที่คอ ซึ่งเป็นลูกชาย ชื่อนายจันทร์ เรืองวิไลพร อายุ 49 ปี มีพี่สาวชื่อนส.เพ็ญ เรืองวิไลพร อายุ 53 ปี นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งตัวพี่สาวเองก็ไม่สมประกอบพูดจาได้ไม่มาก ซึ่งพอจะรู้ว่าน้องชายป่วยก็จะมานั่งมองอยู่ข้างๆแต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ส่วนน้องชายคนเล็กพิการตั้งแต่กำเนิดเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ชื่อนายอารีย์ เรืองวิไลพร อายุ 44 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่ามี นายบุญธรรม ปิยาโน อายุ 82 ปี และ นางพิมพร โสมิยะ อายุ 65 ปี เพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือด้านอาหารมาตลอดเกือบปี หลังจากที่นายจันทร์ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง

นายบุญธรรม ปิยาโน อายุ 82 ปี เพื่อนบ้าน เล่าให้ฟังว่า บ้านนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คนแม่ลูก ซึ่งมีนายจันทร์ เป็นเสาหลักทำงานหาเงินดูแลครอบครัว จนกระทั่งป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่สะเรียงและหมอวินิจฉัยแล้วว่าป่วยเป็นมะเร็ง และจะต้องส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ และมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งตนเองเป็นเพื่อนบ้านได้ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินมาตลอด แต่ไม่สามารถจะช่วยเหลือดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการพาไปรักษาที่อื่นได้ ประกอบกับสภาพผู้ป่วยของบ้านนี้ไม่มีใครที่จะพึ่งพาดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้ ตนเองจึงต้องการวิงวอนขอให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือพอที่จะมีเงินไว้สำหรับพาผู้ป่วยไปรักษาตัวยังที่เชียงใหม่ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง


ด้าน นายสุดรัก สกุลวันชัย ผญบ.บ้านโป่งดอยช้าง หมู่ที่ 13 ต.บ้านกาศ เผยว่าในส่วน ผญบ.ได้ลงมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นบ้าง แต่ก็คงไม่สามารถช่วยเหลือดูแลได้ทั้งหมด เพราะในหมู่บ้านนี้ยังมีผู้ป่วยอีกหลายราย ปัจจุบันครอบครัวนี้มีรายได้มาจากบัตรสวัสดิการของรัฐทั้ง 4 คน ก็ได้เพียงประทังชีวิตไปเท่านั้น ไม่พอที่จะเดินทางไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งอาการของนายจันทร์ ผู้ป่วยก็ทรุดลงทุกวันยังไม่ดีขึ้น และไม่สามารถทำงานได้ จึงไม่มีรายได้มาดูแลช่วยเหลือครอบครัว จึงอยากขอวิงวอนผู้ใจบุญที่ประสงค์ต้องการช่วยเหลือ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ธกส. ชื่อบัญชี นส.เพ็ญ เรืองวิไลพร เลขที่ 020 194 183 896 หรือ โทร.ประสาน นางพิมพร โสมิยะ เพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือดูแล ที่โทรศัพท์ 087-181-1342

ขณะที่ นางวิไล คำคุณ ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อพม.) เผยว่า ทาง อพม.ได้ลงพื้นที่มาดูแลแต่บางครั้งไม่สามารถเข้ามาพบผู้ป่วยเองได้ถ้าไม่มีเพื่อนบ้านของผู้ป่วยอยู่เป็นเพื่อน ส่วนการช่วยเหลือในเบื้องต้นตนเองได้ยื่นข้อมูลเพื่อช่วยผู้ป่วยเร่งด่วน ได้เพียง 2 ราย มีผู้เป็นแม่คือ นางบือ เรืองวิไลพร อายุ 70 ปี ขอความช่วยเหลือในนามผู้สูงอายุ และลูกชายคนเล็กที่พิการ ชื่อ นายอารีย์ เรืองวิไลพร อายุ 44 ปี ซึ่งมีเอกสารครบถ้วน และ ทาง พมจ.จะพิจารณาเงินช่วยเหลือได้ภายในวันที่ 24 กุมภาพันธุ์ รายละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 บาท ส่วนในกรณีผู้ป่วยมะเร็ง นายจันทร์ เรืองวิไลพร อายุ 49 ปี และพี่สาวชื่อ นส.เพ็ญ เรืองวิไลพร อายุ 53 ปี ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบสมบูรณ์ซึ่งต้องรอไปก่อน
ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน

















