พระครูกิตตินนทคุณ (หลวงปู่กี๋) อดีตเจ้าอาวาสวัดหูช้าง
สวดภาณยักษ์ เสริมบารมี เสริมโชคลาภ ไล่ภูตผีปีศาจ สะเดาะเคราะห์ต่อชะตาให้ชีวิตรุ่งเรือง
พิธีสวดภาณยักษ์ คือ การสวดพระอาฎานาฏิยปริตร โดยพระปริต แบ่งออกเป็น 2 ภาค ภาคภาณพระและภาณยักษ์ ในพระพุทธประวัติ กล่าวว่า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระอรหันต์แล้ว ท้าวจตุโลกบาลก็มาเข้าพระพุทธเจ้าก็ตรัสถึงพระพุทธวงศ์ คือพระนามพระพุทธเจ้าที่เคยตรัสรู้มาแล้ว(ภาณพระ)จากนั้นท้าวจตุโลกบาลก็มีดำริว่าบริวารของตนนั้นมีมากมาย ทั้งที่เปิดยักษ์ กุมภัณฑ์ นาค และคนธรรพ์ ซึ่งมีมากมายที่ไม่มีจิตเลื่อมใสกลัวจะมารบกวนพระสงฆ์สาวกที่ไม่มีฤทธิ์ ขณะจาริกและวิปัสสนากรรมฐานให้ได้รับความเดือดร้อน จึงถวายพระปริตรนามว่า อาฎานาฏิยปริตร แด่พระพุทธเจ้าเพื่อให้พระสงฆ์นำไปสวดกัน(ภาณยักษ์)ในเนื้อหาดังกล่าวกล่าวถึงพระนามของท้าวจตุโลกบาล เมื่อบริวารได้ยินพระนามของท้าวจตุโลกบาลก็ย่อมเกิดความเกรงกลัวและเร้นกายไม่มารบกวน
พิธีสวดภาณยักษ์เริ่มขึ้นในประเทศไทย มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง รับมาจากพระสงฆ์ลังกานิกายเถรวาท เผยแพร่มาจากนครศรีธรรมราชจนถึงสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 และได้นำมาจัดเป็นพิธีประจำปี สำหรับพระนครเพื่อเป็นความสิริมงคลแก่พระนคร และแก่พระเจ้าแผ่นดิน มีความเชื่อกันว่าบ้านเมืองหนึ่งจะมีผีที่ดีและผีที่ไม่ดีอาศัยอยู่ ผีที่ไม่ดีเรียกว่า”ภูตผีปีศาจ”

สรีระอังคารของพระครูนนทคุณ(หลวงปู่กี๋)จะบุญอุทิศส่วนกุศลในวันที่10มิถุนายนของทุกปี
ส่วนผีที่ดีเรียกว่า”เทพยดา” บ้านเมืองที่เกิดเหตุเพทภัยต่างๆเกิดขึ้นก็เพราะภูตผีปีศาจ กลั่นแกล้งให้เป็นไปดังนั้นเมื่อสิ้นปีหนึ่งไปจะได้ทำพิธีสวดภาณยักษ์ เพื่อเป็นการขับไล่ภูตผีสักครั้งหนึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคล และความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง พิธีสวดภาณยักษ์ก็ได้แพร่หลายมาสู่ประชาชนจนถึงปัจจุบัน
ปีนี้ วัดหูช้าง ได้จัดงานประจำปีขึ้นเป็นเวลา 3 วัน เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2563 โดยทางวัดได้จัดพิธีของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ตอนเช้ามีพิธีสวดนพพเคราะห์ และตอนบ่ายมีพิธีสวดภาณยักษ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานประจำปี พิธีสวดภาณยักษ์ทำติดต่อกันมาถึง 63 ปี

หลวงปู่ตี๋”พระครูสุวรรณโชติวุฒิ” เจ้าอาวาสวัดหูช้างนั่งปรกอธิฐานจิต วัตถุมงคลและน้ำมันมนต์ว่าน108
พิธีสวดภาณยักษ์ ที่วัดหูช้าง จัดขึ้นนั้น ได้รับความอนุเคราะห์จาก”พระปลัดอำพล ฐิตตปุณโย(พระอาจารย์อ๊อด วัดหูช้าง)” ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และมีศักดิ์เป็นหลานของหลวงปู่ตี๋ ได้เล่าให้ฟังว่า”พิธีสวดภาณยักษ์” เริ่มจากที่ หลวงปู่กี๋”พระครูกิตตินนทคุณ ท่านได้ไปทำพิธีสวดภาณยักษ์ที่วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2499 จากนั้นได้นำพิธีสวดภาณยักษ์มาทำพิธีให้แก่ประชาชนเพื่อขจัดปัดเป่าและภยันอันตรายทั้งปวงไล่สิ่งไม่ดีที่อยู่ภายในให้ออกไปทำเช่นนี้ทุกปีจนเป็นงานประจำปีจนมาถึงปี พ.ศ.2522 ท่านได้ละสังขารมรณภาพ ขณะนั้น รวมสิริอายุ78ปี ชื่อเสียงและเกียรติคุณของหลวงปู่กี๋วัดหูช้าง เป็นที่กล่าวขานถึงวัตรปฏิบัติที่งดงามสมกับเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วต่อมา”หลวงปู่ตี๋” (พระครูสุวรรณโชติวุฒิ) ได้สานต่อพิธีสวดภาณยักษ์จากหลวงปู่กี๋ทั้งยังได้สืบทอดตำราตะกรุด ปลัด เบี้ยแก้ ทำน้ำมนต์ น้ำมันมนต์รักษาโรคต่างๆ
พระอาจารย์อ๊อด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้เล่าให้ฟังว่า พิธีสวดภาณยักษ์นี้ หลวงปู่ตี๋ท่านได้ทำวัตถุมงคลที่ประชาชนคอยจับจองไว้บูชาและที่ต้องการที่สุดก็คือ”น้ำมันมนต์ว่าน108″ ที่หลวงปู่ตี๋ท่านตั้งใจหุงและปลุกเสกเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนนำไปใช้รักษาโรครักษาความปวดเมื่อยเรียกได้ว่า”ครอบจักรวาล” ซึ่งใน1ปี จะหุงและปลุกเสกว่ากันว่าหมดแล้วหมดเลยปีหน้าค่อยทำไหม่ในงานประจำปีปีต่อไป ขั้นตอนใน”การหุงนำ้มันมนต์ว่าน108″ นำน้ำมันมะพร้าวแท้เทลงใส่กระทะที่ลงอักขระเลขยันต์ นำว่านที่เตรียมไว้ลงไปเคี่ยว ใส่วัตถุมงคลลงไปเมื่อเสร็จพิธีนำมาล้างให้สะอาดนำกลับมาบูชา ปลุกเสกทำสมาธิต่อหน้าน้ำมันที่ตั้งอยู่บนเตาโยงสายสิญจน์ถ่ายทอดพลังจิตไปสู่น้ำทีเดือดพล่าน สรรพคุณน้ำมันมนต์ว่าน108 รักษาโรคได้ครอบจักรวาล

น้ำมันมนต์ว่าน108 ที่ใช้ร่วมกับพิธีสวดภาณยักษ์
งานประจำปีในวันศุกร์ที่7กุมภาพันธ์ เวลา14.00น. หลวงปู่ตี๋ เป็นประธานเปิดงานพิธีสวดมนต์ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ หลวงปู่กี๋(อดีตเจ้าอาวาส) วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์2563 ช่วงเช้า ทำพิธีสวดนพเคราะห์ ช่วงบ่าย ทำพิธีสวดภาณยักษ์ ที่วัดหูช้าง ตำบลคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

อย่างไรก็ตาม การสืบสานตามประเพณีสืบมาถึงวันนี้จะเห็นว่ามีผู้ศรัทธาจำนวนมากเข้าร่วมพิธีจะแน่นวัด ทุกคนมาด้วยใจศรัทธา มาด้วยหวังว่าทุกข์โศกจะถูกพระคาถาขับไล่ออกไปจากตัวเรา เพราะวันนี้เมืองไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน เริ่มต้นปีหนูทองก็เกิดเรื่องร้ายแรงมากระทบจิตใจเป็นระยะๆ และสิ่งสุดท้ายที่เป็นที่พึ่งทางใจได้นั่นคือ เข้าร่วมในพิธีสวดภานยักษ์ โดยเฉพาะวัดหูช้าง จัดพิธีเมื่อไร ขอบอกว่า วัดแทบแตกจริงๆนะ ขอบอก
เรื่อง/ภาพ โดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ

















