สั่งสกัดโรคใบร่วงยางพารา ชาวสวน9จว.ใต้7แสนไร่พัง

แชร์

เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“เฉลิมชัย” สั่งสกัดการลุกลามของโรคใบร่วงยางพารา พบระบาดถึงจ. สุราษฎ์ธานีแล้ว ย้ำเร่งหาแนวทางควบคุมก่อนแพร่ไปทั่วประเทศ สัปดาห์หน้าประชุมนานาชาติหามาตรการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่าได้สั่งการด่วนให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ศึกษาและวิจัยทั้งในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนพื้นที่ที่พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่เพื่อยับยั้งการระบาด

ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีพื้นที่เสียหาย 9 จังหวัด รวม 762,939.34 ไร่ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส 732,193 ไร่ ยะลา 4,612 ไร่ ปัตตานี 3,060 ไร่ สงขลา 827 ไร่ สตูล 221.20 ไร่ ตรัง 1,412.14 ไร่ กระบี่ 516 ไร่ พังงา 18,598 ไร่ และสุราษฎร์ธานี 1,500 ไร่ เกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบ 81,542 ราย

นายเฉลิมชัย กล่าวว่าขณะนี้โรคลุกลามถึงภาคใต้ตอนบนจึงมอบหมายให้ กยท. กำจัดวงไม่ให้แพร่ไปยังภาคอื่นๆ โดย กยท. อนุมัติเงินกองทุนพัฒนายางสนับสนุนเครื่องมือประกอบด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เครื่องฉีดพ่นแรงดันสูง และสารป้องกันกำจัดเชื้อราแก่เกษตรกร แต่เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งในอินโดนีเซียซึ่งพบโรคเป็นที่แรกมีพื้นที่เสียหายกว่า 3 ล้านไร่แล้ว ยังไม่สามารถกำจัดได้ จึงพร้อมเสนอ ครม. อนุมัติงบกลางเพื่อศึกษาวิจัยและระงับการระบาดของโรคให้ได้ จากการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อราในแปลงเกิดโรคพบว่า ต้นยางแตกใบใหม่ จึงมอบนโยบายให้ฉีดพ่นสารป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำ คาดว่า ต้นยางจะฟื้นตัวใน 6-8 เดือน

นายกฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยางพารากล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างใบยางพาราที่ปรากฏอาการโรคมาตรวจสอบ พบเชื้อรา Pestalotiopsis sp. และ Colletotrichum sp. ซึ่งสัปดาห์หน้าจะทราบผลว่า เป็นสปีชีส์ใหม่หรือไม่ รวมทั้งจะประชุมเชิงปฏิบัติการกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญโรคพืชจากในประเทศและต่างประเทศของสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่ได้ผลสูงสุด จากนั้นจะนำเสนอต่อผู้บริหารกยท. เพื่อนำเรียนรมว. กระทรวงเกษตรฯ สั่งการต่อไป

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน


แชร์