ส้มโอพันธุ์ท่าข่อยพิจิตรตีตลาดส่งออกกว่า600ล้านบาทต่อปี

751

“นราพัฒน์”ผช.รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอแปลงใหญ่ จ.พิจิตร ปลื้มส่งออกต่างประเทศมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท

3 ก.ค. 63 /นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผช.รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร ณ สวนส้มโอ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร โดยมีนายวีระชัย เข็มวงษ์ เกษตร จ.พิจิตรและส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้การต้อนรับ

นายวีระชัย เกษตร จ.พิจิตรได้รายงานผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ส้มโอ ในพื้นที่ จ.พิจิตร พร้อมทั้งกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ รายงานผลการดำเนินงานเรื่องการตลาดออนไลน์ เนื่องจาก กลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จ.พิจิตร มีการรวมกลุ่มจำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์

หลังจากนั้น นายนราพัฒน์ ผช.รมว.เกษตรฯเดินทางไปเยี่ยมชมสวนส้มโอเกษตรกรแปลงใหญ่ที่สวนของนางพุทธรักษา เพ็ชรพงษ์ และจุดรวมผลผลิตส้มโอส่งออก ในพื้นที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่ประสบความสำเร็จดียิ่ง

ด้านนายนราพัฒน์ ผช.รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าส้มโอ มีการปลูกมากที่สุดในพื้นที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง โดยอยากให้ชาวสวนส้มโอ จ.พิจิตรได้อนุรักษ์ส้มโอสายพันธุ์ท่าข่อยไว้ เนื่องจากเป็นพืชได้รับ GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ถือว่าส้มโอท่าข่อย จะมีลักษณะเฉพาะ หากมีการเก็บเกี่ยวตามอายุ จะมีรสชาติหวาน อร่อย สีสวย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมล็ดเล็กหรือเมล็ดลีบ บางผลไม่มีเมล็ด ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของส้มโอท่าข่อยจังหวัดพิจิตร

ส่วนในด้านการส่งออก จ.พิจิตร มีการส่งออกส้มโอไปหลายประเทศ อาทิ จีน เวียดนาม และตะวันออกกลาง เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท นับว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก และเน้นให้เกษตรกรรักษาคุณภาพของส้มโอเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับ จ.พิจิตรได้มีการส่งเสริมการผลิตส้มโอในรูปแบบ เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการตลาด และการลดต้นทุนการผลิต และได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตส้มโอ คือ อ.โพธิ์ประทับช้าง เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตส้มโอขนาดใหญ่ของจังหวัดพิจิตร มีพื้นที่ประมาณ 10,361 ไร่ ส่งออกไปยังต่างประเทศ ประเทศจีน เวียดนาม และตะวันออกกลาง เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอ หมู่ 8 ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จำนวน 983 ไร่ เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 87 ราย โดยเกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันผลิตส้มโอ เป็นแปลงขนาดใหญ่และมีเกษตรกรเป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่มีความสามารถในการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ต้นทุนการผลิตลดลงสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

วิฑูร ไตรยุทธรงค์ จ.พิจิตร/รายงาน