วันอาทิตย์ 28 มิถุนายน 2026
หน้าแรก หน้าข่าว กลุ่มป้องกันประเทศคลังสมอง วปอ. จัดเสวนาปกป้องสถาบันศาสนาพุทธ

กลุ่มป้องกันประเทศคลังสมอง วปอ. จัดเสวนาปกป้องสถาบันศาสนาพุทธ

กลุ่มป้องกันประเทศ มูลนิธิคลังสมอง วปอ. จัดเสวนา “มาตรการทางกฎหมายก่อนถึงการพิพากษาของภิกษุสามเณร” เผยความคิดเห็นวงเสวนา ต้องการความชอบธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงสร้างประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 กลุ่มป้องกันประเทศ มูลนิธิคลังสมอง วปอ. ได้กล่าวต้อนรับคณะวิทยากร ดร.โฆษิต สุวินิจจิต อดีตประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดียส์ และ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนาฯ ให้เกียรติเข้าร่วมวงเสวนาครั้งนี้และร่วมแสดงความคิดเห็น ประเด็นอดีต พระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่มีคำพิพากษาว่ามิได้ทุจริตแต่จากการที่ใช้เงินผิดประเภท จึงพิพากษาให้รออาญา 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากพุทธบริษัทสี่ ในการนำเสนอข่าวรวมถึงความเหมาะสมของการคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวทำให้ขาดอิสระภาพนานถึง 15 เดือน ก่อนมีการพิพากษา ว่าสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพุทธศาสนา จึงทำให้มีการจัดเสวนาระดมสมองทางแหล่งวิชาการ ครั้งนี้จึงเสนอให้มีการระดมความคิดเห็นให้มีการตกผลึกความคิดเพื่อหาทางออกของทุกฝ่าย อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ดร.โฆสิต สุวินิจจิต กล่าวแสดงความคิดเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ของไทย ที่พระเถระผู้ใหญ่ระดับรองสมเด็จพระราชาคณะถูกดำเนินคดี เป็นที่สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพราะท่านพระพรหมสิทธิเป็นกรรมการมหาเถระสมาคมที่กำกับดูแลพระธรรมฑูตไทยไปต่างประเทศ ศาลตัดสินทั้ง 2 คดี ว่า พระพรหมสิทธิไม่ได้ทุจริต ไม่ได้นำงบประมาณไปใช้เพื่อส่วนตัวอย่างไร แต่ต้องถูกตัดสินจำคุกด้วยข้อบัญญัติของกฎหมาย ที่เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา และเป็นผู้ลงนามของบประมาณ เมื่อข้าราชการผู้บริหารสำนักพระพุทธศาสนา กระทำผิดปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณนี้ จึงถือว่าพระพรหมสิทธิมีร่วมในการกระทำความผิดนี้ด้วย แต่ไม่ผิดด้านทุจริต

“ผมจึงเห็นปัญหาใหญ่ของการเผยแผ่พัฒนาพระพุทธศาสนาแล้ว ต่อไปคงไม่มีเจ้าอาวาสคนไหนจะกล้ารับเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธฯ เพื่อพัฒนาวัดอีกเพราะกลัวจะเจอปัญหาเดียวกับพระพรหมสิทธิ จึงควรต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.สงฆ์ ได้แล้ว” นายโฆสิต กล่าว

หลังจากนั้น ดร.โฆสิต สุวินิจจิต ในฐานะประธานชมรมอาสาสมัครชาวพุทธ ได้ยื่นหนังสือต่อ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ใน 3 ประเด็นเพื่อ นำเสนอให้ผลักดันให้เป็นกฎหมายต่อไปดังนี้

1.กฎหมายยกเลิกการเป็นเจ้าพนักงานของพระสังฆาธิการ ให้เหมือนกับทุกศาสนา ที่ผู้บริหารหรือผู้ปกครองศาสนาไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน

2.กฎหมายเพื่อจัดสถานที่คุมขังให้กับพระสงฆ์หรือสามเณรเป็นสถานที่เฉพาะโดยไม่เปลื้องจีวร ในระหว่างดำเนินคดี

3. กฎหมายการเผยแพร่ข่าวสาร พระสงฆ์หรือสามเณรที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี เพราะศาสนาพุทธเป็นความมั่นคงของชาติอย่างหนึ่ง

ด้าน ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณมูลนิธิคลังสมอง วปอ.ฯ ที่ช่วยเป็นอีกแหล่งทางหนึ่งด้านวิชาการ ที่นำเสนอความคิดโดยการนำผู้เป็นคลังสมองของประเทศจากแหล่งต่างๆ มาร่วมกันเสนอความคิดเห็นให้ตกผลึกเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับสิ่งที่ตนได้รับในครั้งนี้จะนำเสนอต่อ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้เป็นกฎหมายที่ให้ความชอบธรรมต่อทุกฝ่ายรวมถึงสร้างประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน