“ธนาธร”ค้านมติศาล รธน. ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ

แชร์

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไม่เห็นด้วยกับมติศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาปมถือหุ้นสื่อ ยืนยันเดินหน้าตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ ลั่นไม่ให้เข้าสภาก็จะขออยู่กับประชาชน

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9:0 รับพิจารณาคุณสมบัติ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และมีมติ 8:1 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ตามที่ กกต.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูวินิจฉัย คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ของนายธนาธร กรณีถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) ของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญ ตามข้อกฎหมายที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ แถลงไปแล้ว และขอตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นคำร้องของ กกต.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า ทำไมยังมีหนังสือเรียกพยานเพิ่ม ลงวันที่ 17 พฤษภาคม เพื่อไปให้การเพิ่มเติมในวันที่ 24 พฤษภาคม จากคณะกรรมการสืบสวนชุดเล็ก ที่ยังดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่ คำถามคือ เหตุใด กกต. 7 ท่านจึงส่งคำร้องให้ศาลพิจารณา โดยไม่รอให้คณะกรรมการชุดเล็กพิจารณาหาความเป็นจริงให้เสร็จก่อน

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยเรียกนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของตนไปตอบข้อร้องเรียนนี้ โดยจดหมายมาถึงวันที่ 22 เมษายน ตอนบ่าย ให้ไปให้ปากคำวันที่ 22 เมษายน ตอนเช้า ซึ่งไม่มีใครทำได้ หลังจากนั้นวันที่ 23 เมษายน กกต.ก็แจ้งข้อกล่าวหาตนทันที โดยที่ฝ่ายตนผู้ถูกร้องไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ความเร่งรีบนี้ยิ่งผิดปกติเมื่อเทียบกับกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีต รมว.การต่างประเทศที่ใช้เวลา 417 วันนับจาก กกต.จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของตนใช้เวลา 53 วันเท่านั้น ต่างกันเกือบ 1 ปี  ทุกท่านคิดว่าตนได้รับความเป็นธรรมจากกรณีนี้หรือไม่ ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระหรือไม่ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้เร็วกว่าปกติหรือไม่ ขอให้ประชาชนมาร่วมช่วยกันตรวจสอบองค์กรอิสระ ตอนนี้ ตนและพรรคอนาคตใหม่จะยังยืนยันอย่างแน่วแน่ต่อไปว่า จะรวบรวมเสียงพรรคการเมืองที่ต่อต้านเผด็จการเพื่อผลักดันให้นายธนาธรเป็นนายกฯ อย่างไม่หยุดยั้ง นายธนาธรยังเป็นแคนดิเดตนายกฯพร้อมเป็นนายกฯ มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

“ผมอยากลองชวนทุกคนให้ยืนเงียบๆ นิ่งๆ เงี่ยหูฟัง พวกเราได้ยินเสียงคร่ำครวญ เสียงความไม่พอใจของผู้คนข้างนอกหรือไม่ คสช.วันนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลง คสช.และเผด็จการคืออาทิตย์ที่กำลังอัสดง ไม่ว่าจะเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจด้วยการดึง ส.ส.จากพรรคอื่น หรือสกัดผมไม่ให้เข้าสภาก็ดี นี่แสดงถึงความสิ้นหวังของเผด็จการ เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบอบเผด็จการ พวกเข้าต้องการให้วันนี้เป็นเมื่อวาน เพื่อจะได้เสวยสุขบนความทุกข์ของประชนต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาคือความมืด พวกเราคือแสงสว่าง อนาคตใหม่ขออาสาเปิดประตูสู่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ นายธนาธรขอเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งระบอบ คสช. เพื่อหยุดยั้งระบอบเผด็จการ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า ทุกคนอาจสิ้นหวังหมดหวังเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยของศาล แต่ตนอยากเรียนผู้สนับสนุนอนาคตใหม่ว่า นี่ไม่ใช่เวลาขอความสิ้นหวัง นี่คือเวลาเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ จากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ตนขอชวนพี่น้องลุกขึ้นยืนและต่อสู้ร่วมกัน เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม ตนและ ส.ส.อีก 79 คนยังไม่หมดหวัง แม้ศาลจะตัดสินให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ตนยังเป็น ส.ส.อยู่ ระหว่างรอการวินิจฉัยของศาล ตนจะทำงานกับประชาชนอย่าต่อนื่อง เมื่อไม่ให้ตนเข้าสภา ตนก็จะอยู่กับประชาชน ในฐานะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 6.3 ล้านเสียงทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ในระหว่างการแถลงข่าว ได้มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กว่า 40 คน และประชาชนที่รับทราบข่าวมาร่วมรับฟังรวมกว่า 100 คน ปรมมือให้กำลังใจ ชูสามนิ้ว พร้อมตะโกน ธนาธรสู้ๆ


แชร์