“มาร์ค” สับเละพรรคประชารัฐเลี่ยงเจตนารมณ์ รธน.

แชร์

“อภิสิทธิ์” จวกยับพรรคประชารัฐหลบเลี่ยงเจตนารมณ์ รธน. ซัดไม่ยึดถือ มารยาท-ธรรมาภิบาล ฉะสวมหมวกสองใบ เอาเปรียบทางการเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐว่า ขณะนี้มีประเด็นวิจารณ์กันมากว่า สิ่งที่พรรคประชารัฐทำมีความถูกต้องตามเจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ร่างมีเจตนาให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ทั้ง คสช. รัฐบาล, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เข้ามามาวางรากฐาน และกติกาเพื่อที่จะเปิดให้พรรคการเมืองกลับมาแข่งขันกัน โดยที่ไม่ได้หวังว่าจะเป็นผู้เล่นเอง แต่ถ้าจะบอกว่ามีเจตนาเปิดช่องให้ ก็น่าจะเป็นเรื่องของที่สภาไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จนต้องไปเลือกคนนอกกระบวนการการเลือกตั้งเข้ามา อีกทั้งยังมีบทเฉพาะกาล ที่ระบุว่าผู้ที่มีอำนาจในขณะนี้จะต้องลาออกจากตำแหน่ง 90 วัน หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า บทบัญญัตินี้หมายความว่า ใครที่ไม่ลาออกในตอนนั้น ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับการส่วนได้เสียในการเลือกตั้ง โดยตามปกติแล้วในช่วงเลือกตั้ง ใครมีอำนาจรัฐก็จะถูกจำกัดอำนาจทันที ทั้งเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ รวมถึงใช้งบประมาณผูกพันธ์ไม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง แต่ก็ยังมีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้กับรัฐบาลชุดนี้ เหตุผลเพราะว่าเพราะมีบทบัญญัติใครที่อยากเลือกตั้งก็ต้องลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
“แต่วันนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชารัฐคือ กำลังหลบเลี่ยงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งความเสื่อมทางการเมือง และปัญหาวิกฤติในอดีตก็เป็นเพราะ มีการหาช่องโหว่ของกฎหมาย เราไม่ดูเจตนารมณ์ ไม่ยึดถือเรื่องของมารยาท และธรรมาภิบาล “
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดังนั้นวันนี้คนที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าไปบริหารพรรคการเมือง ซึ่งมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งโดยตรง ก็ต้องแสดงให้เห็นว่ายังเชื่อในหลักธรรมาภิบาล หรือเคารพในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มากกว่าที่จะบอกว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ หรือไม่ผิดกฎหมาย ประเด็นที่สำคัญก็คือ เรากำลังอยู่ในสถานการณ์การที่ยังไม่ปลดล็อคทางการเมือง แต่งานของรัฐบาลมีงานการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้ถูกจำกัดด้วย ดังนั้นตนว่าตอบยากจริงๆ ว่าบุคคลเหล่านี้ต้องการมีส่วนได้เสียในการแข่งขัน เหตุใดจึงไม่ทำตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แล้วสวมหมวกสองใบ
“ต้องบอกกันตรงๆว่า พวกเขากล้าปฏิเสธไหมว่า ไม่ได้มีการใช้สถานะของตัวเองสร้างความได้เปรียบทางการเมือง หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูดอดีตนักการเมืองเลย หรือมีข้อตกลงเรื่องของตำแหน่ง และงบประมาณ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ชัดเจนแล้วในกรณีของนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ตรงนี้เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ ถ้าเขาบอกว่ากฎหมายระบุว่าลงสมัคร ส.ส. ไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้ลงด้วย ผมกำลังจะบอกว่า เจตนารมณ์คือการไม่เอาเปรียบทางการเมือง การพยายามไปตีกรอบว่าเป็นเรื่องการเลือกตั้งอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งผมที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค สามารถเป็นรัฐมนตรีอีกได้ ถ้ายิ่งเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งชัด ว่าการมีส่วนได้เสียในการเมืองอย่างชัดเจน”


แชร์