การใช้พืชสมุนไพรทำยา (ตอนที่ 1)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564

ประเภทสมุนไพรที่ใช้ทำยา

สมุนไพร นับว่าเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่นำเอามาเป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคของคนเรานั้น ได้รับการอนุญาตให้ใช้รักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์ได้ถูกต้องตามกฎหมายโดยมีพระราชบัญญัติยาพุทธศักราช 2522 ออกมารับรอง ซึ่งตามความหมายนี้ไม่เฉพาะแต่พืชสมุนไพรเท่านั้น หากยังรวมไปถึงยาที่ได้จากสัตว์และแร่ธาตุต่างๆ อีกด้วย

สมุนไพรที่เป็นสัตว์ได้แก่ เขา หนัง กระดูก ดี หรือเป็นสัตว์ทั้งตัวก็มีเช่น ตุ๊กแก ไส้เดือน ม้าน้ำ ฯลฯ พืชสมุนไพร นั้นตั้งแต่โบราณเป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณค่าทางยามากมายซึ่งเชื่อกันอีกด้วยว่า ต้นพืชต่าง ๆ ล้วนเป็นพืชที่มีสารที่เป็นตัวยาด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าพืชชนิดไหนจะมีคุณค่า ทางยามากน้อยกว่ากันเท่านั้น

พืชสมุนไพร หรือวัตถุธาตุนี้ หรือตัวยาสมุนไพรนี้ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท

ประเภทที่ 1 คือ รูป ได้แก่ ใบไม้ ดอกไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ กระพี้ไม้ รากไม้ เมล็ด
ประเภทที่ 2 คือ สี มองแล้วเห็นว่าเป็นสีเขียวใบไม้ สีเหลือง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีน้ำตาล สีดำ

ประเภทที่ 3 คือ กลิ่น เช่น กลิ่นหอม เหม็น หรือกลิ่นอย่างไร

ประเภทที่ 4 คือ รส เช่น รสจืด รสฝาด รสขม รสเค็ม รสหวาน รสเปรี้ยว รสเย็น

ประเภทที่ 5 คือ ชื่อ ต้องรู้ว่าพืชสมุนไพรนั้นมีชื่ออะไร

บทบาทสำคัญของพืชสมุนไพร

พืชสมุนไพร มีสรรพคุณทางยาดีมาก คนโบราณใช้ทำการรักษาโรคกันมานานแล้ว ควรอนุรักษ์เอาไว้ให้ดี ในวงการแพทย์ก็มองเห็นความสำคัญของพืชที่มีประโยชน์ในทางยานี้มากเช่นเดียวกัน มีการนำเอา “พืชสมุนไพร” ไปสกัดเอาสารสำคัญที่มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรทำประโยชน์กันมากในชนบทที่ห่างไกลก็ใช้พืชสมุนไพร เพื่อช่วยในการบำบัดรักษาโรค และอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งก็นับว่าได้ผลดีมาก

วิธีการเก็บสมุนไพรส่วนที่ใช้เป็นยา

1.การเก็บรากหรือหัว สมควรเก็บในช่วงเวลาที่พืชหยุดการเจริญเติบโต ใบ ดอก ร่วงหมดแล้ว หรือในช่วงต้นฤดูหนาวถึงปลายฤดูร้อนเพราะเหตุว่าในช่วงเวลานี้รากและ หัวมีการสะสมปริมาณตัวยาเอาไว้ค่อนข้างสูง วิธีการเก็บก็จะต้องใช้วิธีขุดด้วยความระมัดระวังให้มาก อย่าให้รากหรือหัวเกิดการเสียหายแตกช้ำหักขาดขึ้นได้รากหรือหัวของพืชสมุนไพรก็มี ข่า กรชาย กระทือ ขิง เป็นต้น

2.ประเภทใบหรือเก็บทั้งต้น ควรจะเก็บใบที่เจริญเติบโตมากที่สุด หรือพืชบางอย่างอาจระบุช่วง เวลาเก็บอย่างชัดเจนเก็บใบอ่อนหรือไม่แก่เกินไป เก็บช่วงดอกหรือบานหรือช่วงเวลาที่ดอกบาน เป็นต้นการกำหนดช่วงเวลาที่เก็บใบเพราะช่วงเวลานั้น ในใบมีตัวยามากที่สุด วิธีการเก็บก็ใช้วิธีเด็ดตัวอย่างเช่น ใบกระเพรา ใบฝรั่ง ใบฟ้าทะลาย เป็นต้น

3.ประเภทเปลือกต้นหรือเปลือกราก เปลือกต้นโดยมากเก็บช่วงฤดูร้อนต่อกับช่วงฤดูฝน ประมาณยาใน พืชสมุนไพรมีสูงและลอกออกได้ง่าย สะดวก ในการลอกเปลือกต้นนั้นอย่าลอกเปลือกออกทั้งรอบต้น เพราจะกระทบกระเทือนในการส่งลำเลียงอาหารของพืชจะทำให้ตายได้ทางที่ดีควรลอกเปลือกกิ่งหรือส่วนที่เป็นแขนงย่อย ไม่ควรลอกออกจากล้าต้นใหญ่ของต้นไม้ หรือจะใช้วิธีลอกออกในลักษณะครึ่งวงกลมก็ได้ ส่วนเปลือกรากเก็บในช่วงฤดูฝนเหมาะมากที่สุด เนื่องจากการลอกเปลือกรากเป็นผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืชควรสนใจวิธีการเก็บที่เหมาะสมจะดีกว่า

4.ประเภทดอก โดยทั่วไปเก็บในช่วงดอกเริ่มบาน แต่บางชนิดเก็บในช่วงดอกตูม เช่น กานพลู เป็นต้น

5.ประเภทผลและเมล็ด พืชสมุนไพรบางอย่างอาจจะเก็บในช่วงที่ผลยังไม่สมบูรณ์หรือยังไม่สุกก็มี เช่น ฝรั่งเก็บเอาผลอ่อนมาเป็นยาแก้ท้องร่วง แต่โดยทั่วไปมักเก็บเมื่อผลแก่เต็มที่แล้ว ตัวอย่างเช่น มะแว้ต้น มะแว้งเครือ ดีปลี เมล็ดฟักทองเมล็ดชมเห็ดไทย เมล็ดสะแก เป็นต้น

(ตอนต่อไป : คุณภาพและการรักษาสมุนไพร)


แชร์