ไตรมาส3เงินออมลดกำลังการซื้อหาย

263

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ครัวเรือนยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องขณะที่ระดับเงินออมมีแนวโน้มลดลงเริ่มส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย

17 มิ.ย.64 / ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แจ้งว่าการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงกลางเดือน พ.ค. 64  และมาตรการเยียวยาของภาครัฐที่ทยอยออกมาช่วยหนุนให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในเดือนพ.ค. ปรับเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 37.3 จาก 37.0 ในเดือนเม.ย. 64 นอกจากนี้เมื่อพิจารณาดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนใน 3 เดือนข้างหน้าพบว่าทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับเดือนเม.ย.64 ที่ 39.4 บ่งชี้ว่าครัวเรือนยังมีความวิตกกังวลต่อภาวะการครองชีพจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่มีความยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย. โดยเฉพาะในเรื่องของมุมมองต่อเงินออมที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้จ่ายของครัวเรือนในเดือนพ.ค.พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยลดลงหรือไม่ได้ทำเลย โดยเฉพาะการทานอาหารที่ร้าน การซื้ออาหารสดจากซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการสั่งอาหารทางแอปพลิเคชั่น สะท้อนว่าฐานะทางการเงินของครัวเรือนยังมีแนวโน้มเปราะบางและยังอยู่ในช่วงระมัดระวังการใช้จ่าย

ในระยะข้างหน้าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยการฟื้นตัวของภาคส่วนต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการกระจายวัคซีนที่เริ่มปูพรมฉีดทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา หากอัตราการการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ครัวเรือนและธุรกิจให้ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด ในขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ ส่งผลให้การออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังคงมีความจำเป็นเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2564 ไว้ที่ 1.8% โดยมองว่าเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนทั้งการแพร่ระบาดของไวรัสทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการฉีดวัคซีน แต่หากสามารถเร่งกระจายวัคซีนได้มากพอภายใน 2-3 เดือนนี้ คงทำให้ภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน