ล้อมคอกค้าเสือผิดกฎหมาย

75

กรมอุทยานฯ ผู้แทนไทย ร่วมประชุม SC 73 ร่วมกับประชาคมโลก ป้องกันปราบปรามการค้าเสือที่ผิดกฎหมาย

 8พ.ค.64/ นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา นางสาวจินตนา บุพบรรพต ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยพันธุ์พืช และข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญา CITES ครั้งที่ 73 (Seventy-third meeting of the Standing Committee : SC) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยการประชุมฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.30 pm – 3.30 pm (ตามเวลาที่กรุงเจนีวา)

สำหรับครั้งนี้ มี Ms. Carolina Caceres สมาชิกคณะกรรมการประจำจากประเทศแคนาดา เป็นประธานในการประชุม (Standing Committee Chair, Canada) ร่วมกับ Ms.Ivonne Higuero เลขาธิการ CITES (Secretary-General) และสมาชิกคณะกรรมการประจำ (Committee members) เป็นผู้ดำเนินการประชุมฯ ผ่าน Video Conference ด้วยระบบ KUDO Platform และมีถ่ายทอดสดทาง CITES YouTube Channel 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปน       ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย กล่าวว่า  การประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญา CITES ครั้งที่ 73 ในครั้งนี้มีเรื่องสำคัญที่ไทยต้องติดตาม ได้แก่ การจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจในการจัดการสัตว์กลุ่มแมวขนาดใหญ่ (CITES Big Cats Task Force) ความร่วมมือในการอนุรักษ์เต่าบกและเต่าน้ำจืด การติดตามผลการดำเนินงานด้านการใช้ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ และการบูรณาการการดำเนินการภายใต้อนุสัญญา CITES  กับอนุสัญญาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยประเทศไทยได้มีความเห็นสนับสนุนต่อร่างขอบเขตการดำเนินงาน (Terms of Reference) ของคณะทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์กลุ่มแมวขนาดใหญ่ภายใต้อนุสัญญา CITES (CITES Big Cats Task Force)

ทั้งนี้ คณะทำงานมีหน้าที่หลัก ในการสร้างความเข้าใจและกำหนดลำดับความสำคัญในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้าสัตว์ป่ากลุ่มแมวใหญ่ที่ผิดกฎหมาย พัฒนาเครื่องมือ (tools) และเทคนิค (technique) ในการจำแนกตัวอย่างของสัตว์กลุ่มแมวใหญ่ที่พบในการค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปรับปรุงการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับการค้าแมวใหญ่ที่ผิดกฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยคณะทำงานฯ มุ่งเน้นในการดำเนินกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการค้าผิดกฎหมายในชนิดพันธุ์ของกลุ่มแมวใหญ่ โดยจะมีกิจกรรมที่ครอบคลุมและสามารถนำไปใช้กับกลุ่มแมวขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ ของภูมิภาคอื่นด้วย เช่น สิงโต เสือชีตาร์ เสือจาร์กัว โดยคณะทำงานนี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนากลยุทธ์และปรับปรุงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการบังคับใช้กฎหมายในการค้าชนิดพันธุ์ของกลุ่มแมวใหญ่ระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้การปราบปรามและต่อต้านการค้าผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ประเทศไทยได้สนับสนุนการทำงาน เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามการค้าเสือที่ผิดกฎหมายร่วมกับประชาคมโลก ซึ่งประเทศไทยเองได้ให้ความสำคัญและมีการดำเนินการมาตลอด โดยเมื่อปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ร่วมกับประเทศที่เป็นถิ่นแพร่กระจายของเสือโคร่งในเอเชีย พัฒนาแผนการฟื้นฟูเสือโคร่งแห่งชาติ (National Tiger Recovery Plan) เพื่อร่วมกันในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง โดยมีเป้าหมายให้เสือโคร่งทั่วโลก มีจำนวนเพิ่มขึ้น 50% ภายใน พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นปีเสือ (Tiger year) และประเทศไทยเองก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเพิ่มประชากรเสือโคร่งในสภาพธรรมชาติของไทย

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน