ตรวจค้นจู่โจมเรือนจำ ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

20

วันที่  1  เมษายน  2564  เวลา  05.00 น.  นายเกียรติศักดิ์  ตรงศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายอนุพงศ์  คำภูแก้ว ปลัดจังหวัดมหาสารคาม พล.ต.ต.ดิเรก จิตอร่าม ผบก.ภ.จว.มค. และ พ.ต.อ.อิทธิเดช  สุนทร ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม นายมงคล จันทะจร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม  พร้อมกองกำลังผสมนำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ,อาสารักษาดินแดน  เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์  รวมจำนวน 90 นาย  เข้าตรวจค้นจู่โจมกรณีพิเศษและจัดระเบียบภายในเรือนจำ บริเวณแดนฝึกวิชาชีพ ประกอบด้วย เรือนนอน 4  โรงงานฝึกวิชาชีพ  ตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องกักขัง สร้างระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกให้กลับตนเป็นคนดี ซึ่งการตรวจค้นในครั้งนี้ เพื่อป้องกันผู้ต้องขังก่อเหตุร้ายในช่วงวันหยุดวันสงกรานต์ติดต่อหลายวัน โดยเน้นการตรวจค้น ยาเสพติดและอุปกรณ์สื่อสาร เนื่องจากผู้ต้องขังส่วนใหญ่ถูกจับในข้อหายาเสพติด มากถึง 82 % โดยผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

นายเกียรติศักดิ์  ตรงศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นเรือนจำมีความมั่นคงในระดับปานกลางควบคุมผู้ต้องขังได้ไม่เกิน 1,400 คน แต่ในขณะนี้มีผู้ต้องขัง จำนวน 1,863 คน ซึ่งเกินความจุของที่นี่เกือบ 500 คน ซึ่งก็นับว่ามีความแออัดจากสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่มีน้อยก็อาจดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ทั่วถึง ทางเรือนจำอยู่ระหว่างการดำเนินการย้ายระบายไปยังเรือนจำอื่น.  ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ประกอบกับปัจจุบันมีบางเรือนจำ ได้มีผู้ต้องขังแหกห้องขัง จากเรือนนอนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ก็มีให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ  สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ต้องขังมีจำนวนมากและการบริหารจัดการก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ในภาพรวมเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นหน่วยราชการ  ส่วนภูมิภาค อยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด   ซึ่งควรต้องให้ความสำคัญเน้นในเรื่องของการดูแลความสงบภายในเรือนจำจังหวัดให้เรียบร้อย

ทั้งนี้การสนธิกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอส. พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของเรือนจำมา เพื่อระดมการเข้าตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำ เพื่อเป็นการตรวจหาสิ่งของต้องห้าม ยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ อาวุธ น้ำมันเชื้อเพลิง ไฟแช็ค บุหรี่ สิ่งของที่อาจก่อให้ผู้ต้องขังหลบหนีได้ รวมไปถึงเครื่องสักลาย น้ำหมึก เงินสด ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้าเรือนจำตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ประกอบกับในช่วงเดือนเมษายน เทศกาลวันสงกรานต์ วันหยุดติดต่อกันหลายวัน อาจเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ต้องขังใช้จังหวะและโอกาสซุกซ่อนสิ่งของต้องห้าม  เช่นอาวุธเหล็กแหลมไว้เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุได้

ทีมข่าวมหาสารคาม รายงาน