กลุ่มกะเหรี่ยงไทย KTG แม่สะเรียง เปิดรับบริจาค

440

วันที่ 1 เม.ย. 64 ณ ศูนย์กลุ่มกะเหรี่ยงไทย (Karen Thai Group : KTG)  หมู่บ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  น้องฟ้า (Sufah )ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ดูแลรับสิ่งของบริจาคศูนย์ KTG ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง  เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์สู้รบที่เกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ประชาชน  เด็ก  ผู้หญิงและคนชรากะแหรี่ยง ต้องทิ้งบ้านเรือนหนีภัยสงคราม เข้ามาอยู่ตามแนวชายแดนประเทศไทย และต้องถูกขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนา แต่บางส่วนไม่กล้ากลับเข้าไปอยู่ตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเดิม ยังคงหลบหนีซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขา จากเสบียงที่นำติดตัวมาเท่าที่นำมาได้เริ่มขาดแคลนเสบียง ในการดำรงชีวิต และทางกลุ่มกะเหรี่ยงไทย KTG กำลังทำการรวบรวมสิ่งของบริจาคที่ได้มาจากพี่น้องกะเหรี่ยง และ ประชาชนไทย ในประเทศไทย โดยสิ่งของรับบริจาคส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม เสื้อผ้า และ  ผ้าใบสีฟ้า  ของใช้ยามหน้าฝน เช่น ผ้าใบกันฝน ซึ่งถ้าสถานการณ์ยึดเยื้อ พี่น้องที่หลบหนีอยู่กลางป่าจะได้มีที่พักพิงที่นอนหลบฝนได้  โดยสิ่งของบริจาคได้ทยอยส่งมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถติดต่อบริจาคสิ่งของได้ที่ Sufah 0864257334

ในวันนี้มีสิ่งของบริจาค ส่งมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก และ กลุ่มสตรีชาติพันธ์แม่สวด รวมกันส่งสิ่งของมากับรถโดยสาร จำนวน 5 คัน  ซึ่งพี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากภัยสู้รบเมียนมา ยังต้องการของบริจาคอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้หนีภัยสงครามส่วนใหญ่ไม่ได้กลับไปอยู่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย แต่ยังคงอาศัยหลับนอนตามป่า ตามเขา เนื่องจากยังหวาดกลัวภัยสงครามทั้งนี้ กลุ่มเครือข่ายกะเหรี่ยง KTG ในประเทศไทยจะดำเนินการขออนุญาตทางหน่วยงานรัฐในการดำเนินการส่งของออกไปช่วยเหลือพี่น้องชาวกะเหรี่ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากยังไม่สามารถดำเนินการส่งของไปช่วยเหลือได้ ก็จะรวบรวมไว้ก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ หรือ จนกว่า ทางการไทยอนุญาตให้ส่งออกได้เท่านั้น

ส่วนทางด้าน กลุ่มกะเหรี่ยงไทย KTG จ .เชียงใหม่ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องขอความอนุเคราะห์การให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบันมีความทวีรุนแรงมากขึ้น และยังไม่มีท่าทีที่จะสงบลง กองทัพเมียนมาได้มีการตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบไม่ทราบชนิด โจมตีใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ( The Karen National Union : KNU) และบ้านเรือน มีประชาชนชาวกะเหรี่ยงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนถูกเผาทำลาย จึงได้อพยพหนีความตาย มายังฝั่งประเทศไทย เพื่อมาพึ่งความร่มเย็นความสงบสุขชั่วคราว ตามกระแสข่าวถูกผลักดันผู้อพยพกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ทั้งๆที่ยังไม่มีความปลอดภัย และมีการสู้รบอยู่อย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มกะเหรี่ยงไทย (Karen Thai Group : KTG) จึงขอความอนุเคราะห์พร้อมเรียกร้องไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดังนี้

(1) เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่งคงประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย และองค์กรที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้อพยพลี้ภัย เข้าให้ความช่วยเหลือโดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ตามหลักสิทธิมนุษยชน Human Rights และมีมาตรการรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรัดกุม

(2) เรียกร้องให้ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนและยุติการผลักดันกลับประเทศ แก่ประชาชนชาวกะเหรี่ยงที่อพยพหนีจากภัยสงคราม

(3) การให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ จะต้องเปิดให้ภาคประชาสังคมทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าตรวจสอบได้ อาทิเช่น การลงชื่อเข้าเยี่ยม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้อพยพ โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงสูง โดยการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคัดกรองความเสี่ยงของโควิด-19

(4) หากสถานการณ์สงบลงและมีแนวโน้มดีขึ้น ผู้อพยพพร้อมกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ต้องการให้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR และกระทรวงมหาดไทย เป็นพยานความสมัครใจ หากมีผู้ไม่สมัครใจจะกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ควรมีการดำเนินการระหว่าง UNHCR ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยคัดกรองผู้อพยพ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อการประหัตประหารหากถูกส่งตัวกลับ

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน