ชาวนายึดอาชีพปอกต้นหอม หลังงดทำนาปรัง

34

ภายหลังกรมชลประทานประกาศขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองให้งดทำนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ลดน้อยลงจนน่าเป็นห่วง จะใช้น้ำเฉพาะการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศในลุ่มน้ำเท่านั้น ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี หลังทราบว่าชาวนาหันมาทำอาชีพปลอกต้นหอม หารายได้เลี้ยงครอบครัว ทดแทนการทำนาปรัง

นายสนั่น มณีจันทร์ อายุ 76 ปี เกษตรกร เปิดเผยว่า ตนเช่าที่ทำนาจำนวน 10 ไร่ ได้ข้าวเปลือกเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละประมาณ 80 ถัง   หลังกรมชลประทานประกาศขอความร่วมมือให้งดทำนา จึงต้องหันมาทำอาชีพเสริมรับจ้างปลอกต้นหอม ราคากิโลกรัมละ 4 บาท รายได้เฉลี่ยต่อวันประมาณ 300 บาท ซึ่งตนคิดว่ายังดีกว่าไม่มีงานทำ และยังไม่รู้ว่ารายได้จะเพียงพอต่อรายจ่าย ทั้งค่าต้นทุนการผลิต ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ย และค่ายาฆ่าหญ้าหรือไม่ อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือในการควบคุมต้นทุนการผลิตในช่วงฤดูนาปีด้วย

ด้าน นายอดิศักดิ์ ปทุมพงษ์ อายุ 25 ปี เจ้าของกิจการโรงล้างต้นหอม เผยว่า ตนเริ่มอาชีพรับจ้างล้างและปลอกต้นหอม ด้วยการช่วยพี่สาวทำมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ภายหลังตัดสินใจมาเปิดกิจการของตัวเอง โดยจะรับต้นหอมจากทาง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และ จ.อุตรดิตถ์ มาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง รับช่วงต่อ เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถไปทำงานอย่างอื่นได้

สำหรับวิธีทำเริ่มจากนำต้นหอมมาล้างด้วยสะอาด ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจึงนำต้นหอมมาตกแต่งให้ดูสวยงาม ด้วยการปลอก ลอกเปลือกที่ช้ำและใบที่มีสีเหลืองออก ก่อนจะมัดรวมกันให้ได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัม โดยในแต่ละวันจะต้องทำต้นหอมมากถึง 4 ตัน หรือ 4,000 กิโลกรัม หลังจากนั้นตนก็จะนำต้นหอมที่ผ่านการตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ไปส่งต่อให้กับพ่อค้าแม่ค้ายังตลาดกลางค้าส่งผัก จ.ราชบุรี เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป

เดชา โพธิ์ตั้งธรรม จ.ราชบุรี/รายงาน