ผวจ.แม่ฮ่องสอน เผย ยังควบคุมผู้อพยพลี้ภัยสงคราม

32

วันที่ 29 มี.ค.64 นายสิธิชัย  จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ หลังจากที่ชาวกะเหรี่ยงตามพื้นที่ชายแดนในประเทศเมียนมาบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ข้ามฝั่งมายังแนวตะเข็บชายแดนของประเทศไทย มาอยู่ในจุดแรกรับซึ่งกองกำลังนเรศวรควบคุมดูแลเป็นการรับเบื้องต้น โดยทางทหารก็มีกระบวนการและมาตรการดูแล หากสอบสวนแล้วอาจจะแค่ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวก็จะให้กลับเข้าไปในเขตประเทศเมียนมาที่อยู่อาศัยเดิม แต่ถ้าหากผู้อพยพเหล่านี้ได้รับผลกระทบถึงขั้นอาจจะเสี่ยงต่อชีวิตทางเราก็จะดูแลไว้ในห้วงระยะเวลาหนึ่งตามหลักมนุษยธรรมตามสมควร และผู้อพยพเหล่านี้ยังอยู่ในการดูแลของทหาร ยังไม่ได้ส่งต่อให้ฝ่ายปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านไว้ ส่วนความชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติ ส่วนจำนวนผู้อพยพที่เข้ามาในเขตไทยยังไม่ชัดเจนทางทหารเป็นผู้ตรวจสอบอยู่น่าจะมีจำนวนหลายร้อยคน ผู้อพยพเหล่านี้เข้ามาในเขตไทย 2 พื้นที่ตามแนวชายแดน อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ผู้อพยพที่เข้ามาในเขตไทย ยังไม่ได้เข้ามาพื้นที่ชั้นในยังอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนโดยทหารต้องควบคุมดูแลในเรื่องมาตรการสาธารณสุขด้วย ส่วนผู้ที่รองรับทางทหารโดยกองกำลังนเรศวรได้เตรียมพื้นที่ไว้หมดแล้วตลอดตะเข็บชายแดน ส่วนผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในเขตไทยยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลว่ามีผู้เจ็บป่วยหรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหารเมียนมาเรามีความสัมพันธ์กันดีในระดับพื้นที่ ส่วนอาหารการกินทราบว่าผู้หนีภัยจากการสู้รบมีเสบียงอาหารติดตัวมาบางส่วนแล้วจะสามารถดำรงชีพอยู่ได้หลายวัน ส่วนการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU กับทหารเมียนมา ยังไม่มีรายงานกระสุนปืนเข้ามาตกในเขตไทยแต่อย่างใด โดยทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้นายอำเภอแต่ละอำเภอประสานงานกับฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยตามแนวชายแดน

สืบเนื่องมีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างทหารเมียนมา กับ  กองกำลังกะเหรี่ยง KNU ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 29 มี.ค.64  โดยกองพลน้อยที่ 5 กองกำลังกะเหรี่ยง KNU ตรงข้ามชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  ทหารกะเหรี่ยงอิสระดังกล่าว สามารถยึดอาวุธ ยุโธปกรณ์ และอุปกรณ์สื่อสารของทหารพม่าได้เป็นจำนวนมาก และทหารกะเหรี่ยงอิสระ KNU ได้ปฏิบัติการทางทหาร ต่อทหารพม่า สังกัดกองพันเคลื่อนที่เร็ว ที่ 341 ฐานตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จนเป็นเหตุให้มีผู้อพยพในพื้นที่สู้รบในเขตประเทศเมียนมาอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวินชายแดนไทยในพื้นที่ อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวเมียนมาเชื้อสายกะเหรี่ยงในเขตรับผิดชอบ ของกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระ/KNU ได้อพยพหลบหนีภัยสงคราม จากรัฐกะเหรี่ยง จำนวน 1,900 คน เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ แนวชายแดน ออเลาะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จำนวน 300 คน , มาจากห้วยอูแวโกร พื้นที่พักพิงของเมียนมา เข้ามาอาศัยในไทย ที่ บ้านแม่ดึ หมู่ 5 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง 300 คน , มาจากห้วยอีทูโกร เขตเมียนมา เข้ามาอาศัยในไทยที่ฐานแม่สะเกิบ บ้านห้วยกองแป หมู่ 3 ต.แม่คง  จำนวน 1,300 คน ก่อนหน้านั้น 294 คน รวมได้มีผู้อพยพเข้ามาอาศัยในไทย ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ปัจจุบัน จำนวน 2,194 คน

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน