อัยการแม่สะเรียงลงพื้นที่ศูนย์พักพิงแม่ละอูน

58

นายสมชัย บรรจง อัยการจังหวัดแม่สะเรียง, นายพลภัคร สีแดง อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้กลั่นกรองงาน, นายพันเลิศ เอกบรมสิริ อัยการจังหวัดผู้ช่วย พร้อมคณะอัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสบเมย ร่วมลงพื้นที่ศูนย์อพยพและพักพิงชั่วคราวบ้านแม่ละอูน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ในการนี้ อัยการแม่สะเรียง ได้ประสานไปยังกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสบเมย และเจ้าหน้าที่ UNHCR เพื่อผู้ลี้ภัย เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุ และเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเองโดยตรง (ไม่สามารถเปิดเผยคดีได้) หลังจากนั้น ทางคณะอัยการ ได้ร่วม บริจาคสิ่งของ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของจำเป็นให้แก่ ผู้อพยพที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่ละอูน

นายพันเลิศ เอกบรมสิริ ได้ให้ข้อมูลว่า “ในการทำงานเชิงรุกของอัยการในคราวนี้ เป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่ออำนวยความยุติธรรมทางในทางอาญา คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน หลังจากนี้จะได้เห็นว่าทางอัยการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น” ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางคณะอัยการได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามระเบียบแล้วเหตุผลหลักที่อัยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายให้มีการสืบพยาน โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่บันทึกไว้ในชั้นสอบสวนแทนการเบิกความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี เมื่ออัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกการถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่บันทึกไว้ในชั้นสอบสวน ได้มีการสอบสวนต่อหน้าอัยการ และสหวิชาชีพตามกฎหมาย และการนำตัวผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลในชั้นพิจารณาจะเป็นผลร้ายแก่ผู้เสียหาย อัยการจึงลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตามคำร้องขอของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่ละอูน ตั้งอยู่ที่ หมู่2 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ อช.สาละวิน อยู่ห่างจากชายแดนประเทศเมียนมา เพียง 2 กิโลเมตร โดยจัดพื้นที่เป็นโซน/คุ้ม หรือเรียกว่า (Section) ทั้งหมด 15 คุ้ม มีประชากรผู้ลี้ภัยสงครามอาศัยอยู่กว่า 9,000 กว่าคน จำนวนกว่า 3 พันหลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา นับถือศาสนาคริสต์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนหลายหน่วยงาน ให้ความรู้และฝึกทักษะด้านอาชีพ เพื่อให้ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบมีความพร้อมในการเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ หรือต้องการไปอยู่ประเทศที่สามอย่างมีคุณภาพและมีวิชาชีพติดตัวสามารถหาเลี้ยงชีพได้

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  จ. แม่ฮ่องสอน/รายงาน