“สดช.” ผนึก “ราชทัณฑ์” พัฒนาผู้ต้องขังสู่สังคมยุคดิจิทัล

54

10 มี.ค.64 –นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ลดช.) และ  นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ ที่ห้องวายุภักดิ์ 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ลดช.) กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล จึงได้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยการวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้สามารถเข้าถึงพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างรู้เท่าทัน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม

การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ส่งผลทำให้ทุกภาคส่วนของสังคม ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หน่วยงานและบุคลากรจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในขณะนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับภาคประชาชน โดยเฉพาะผู้ต้องขัง ที่หากพ้นโทษออกมาแล้วจะมีการเข้าไปพัฒนาศักยภาพเพื่อให้ผู้พ้นโทษมีความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อให้เทียบเท่ากับคนในสังคม จึงได้สนับสนุนให้ สดช.จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลขึ้น

นางวรรณพร กล่าวต่อไปว่า  สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล” ขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของผู้ต้องขัง เพิ่มโอกาสให้เข้าถึงแหล่งงาน โดยได้รับการจ้างงานให้มีรายได้เพียงพอ ต่อการดำรงชีวิตและปรับตัวเข้าสู่สังคมในช่วงระยะแรกของการพ้นโทษ และยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติภาพลักษณ์ที่มีต่อผู้พ้นโทษ และเปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษกลับเข้าสู่สังคมปกติได้ ซึ่งจะจัดอบรมหลักสูตรการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับผู้ต้องขังที่สามารถนำไปปฏิบัติงานได้จริง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 หลักสูตร หลักสูตรละไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงโดยผู้ต้องขังจะเข้าร่วมหลักสูตรละไม่น้อยกว่า 20 คน รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบสำหรับการเรียนแบบออนไลน์ระบบปิด โดยแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นจะต้องรองรับการใช้งานของผู้ต้องขังในเรือนจำ และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์

“ในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่นี้ มีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี รวมทั้งความพร้อมของอินเทอร์เน็ต ทำให้สังคมมีการพัฒนาที่รวดเร็วมาก ทำให้เรา ทุกคนต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยในกลุ่มผู้ต้องขังนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเข้าไปช่วยพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันในรูปแบบที่มีสื่อออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เข้าใจในแพลตฟอร์ม การใช้งานในด้านต่างๆ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่กำลังจะพ้นโทษ สามารถปรับตัวได้เท่าทันสังคมยุคเศรษฐกิจดิจิทัล อีกทั้งยังทำให้ผู้พ้นโทษมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมอีกด้วย”

กานต์ เหมสมิติ รายงาน