พ่อเฒ่า 119 ปี ลงจากดอยมาร่วมลงเบียน”เราชนะ”

57

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.64 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการ One stop Service โครงการ “เราชนะ” ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  พร้อมเยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จำนวน 3 หลังคาเรือน เพื่อให้บริการลงทะเบียนเราชนะ และลงตรวจการใช้งานระบบในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ โดยมี นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมลงพื้นที่

ในวันนี้พบพ่อเฒ่า อายุ 119 ปี ชื่อนายพะแคว จินดานนท์นที อยู่บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ที่ 8 บ้านอุมดาเหนือ ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางมาลงทะเบียน ซึ่งพ่อเฒ่ายังมีสุขภาพแข็งแรง ให้หลานพาเดินทางมาร่วมลงทะเบียนเราชนะในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่เดินทางมาลงทะเบียนด้วยตัวเอง  มาด้วยความตั้งใจ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ในกรณีกลุ่มผู้พิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดบริการรถรับส่ง ดูแลเป็นอย่างดี และได้รับการตอบรับที่ดีจากเครือข่ายผู้พิการ หลังจากเยี่ยมชมจุดบริการ One stop Service โครงการ “เราชนะ” แล้ว คณะ รมว.คลัง ได้เดินทางเยี่ยมกลุ่มเปราะบาง ที่นอนติดเตียง จำนวน 3 หลัง และ เยี่ยมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ซึ่งกระแสตอบรับโครงการของรัฐ ที่ช่วยเหลือประชาชน นับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ ประชาชนให้การตอบรับดีมาก ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ ซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคและจำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่วนกลุ่มเกษตรกร ได้นำเงินไปซื้อปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ย และยาฆ่าแมลง เป็นต้น ทำให้สามารถเก็บเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันไว้เป็นเงินออมได้อีกด้วย ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณาให้กระทรวงการคลังได้ดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยจะพิจารณาช่วยเหลือในระยะยาวให้มีความมั่นคง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เผยว่า  อำเภอแม่สะเรียงวันนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางมาลงทะเบียน โดยเปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลายภาคส่วน ทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  สำหรับผู้ลงทะเบียนเราชนะ ข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคม 2564 มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 2.1 ล้านคน เวลา 11.30 น. มียอดใช้จ่ายรวมแล้ว 325 ล้านบาท ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนการลงทะเบียนสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมา ณ จุดให้บริการ ทางกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งเครือข่าย ได้เข้าไปรับลงทะเบียนให้ถึงที่บ้าน ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยจะรวบรวมข้อมูลจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อลงพื้นที่รับลงทะเบียนต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน