ผบ.มทบ.35 ตรวจเยี่ยม”โครงการอาชาบำบัด”

98

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 64 ที่สนามอาชาบำบัด รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จัดโครงการ”อาชาบำบัด” ให้กับนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายพิชัยดาบหัก โดยใช้อาชาบำบัดเสริมพัฒนาการเด็ก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการในด้านความรู้สึก และการรับรู้เข้าใจด้านการเข้าสังคม และด้านสุขภาพร่างกาย โดยมี พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผบ.มทบ.35 พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมด้วย พ.อ.กฤษฎา ถาวรวัตร์ รองเสธนาธิการ มทบ.35 และพ.อ.สมัย  ขำพันธ์ ผอ. รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก แพทย์ พยาบาล ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ในครั้งนี้ “ฟื้นฟู ดูแล พัฒนาการของน้อง”มาตรการเข้ม โควิด-19

พล.ต.ศุภฤกษ์  สถาพรผล ผบ.มทบ.35 กล่าวว่า โครงการอาชาบําบัด  เป็นนโยบายของกองทัพบก ที่จะมอบหมายให้หน่วยงานที่มีศักยภาพที่ความพร้อมทั้งบุคคลากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสานต่อนโยบายดังกล่าว และสร้างความมั่นใจให้ ประชาชน ที่จะนำบุตรหลามเข้ามาร่วมโครงอาชาบำบัด วันนี้ได้มีการทบทวน ที่ได้หยุดทำโครงการไป เพราะด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 หลังจากที่ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีมาตราการปลดล๊อค ได้มาตรวจเยี่ยมความพร้อมในการทบทวน ก็ถือว่ามีความพร้อมมาก ซึ่งม้าทั้ง 6 ตัว ที่ใช้การบำบัด ให้กับเด็ก ออทิสติก หรือ สมาธิสั้น ก็ได้ดูแลมาตลอด ซึ่งรพ.ค่ายพิชัยดาบหักก็จะเริ่มโรงการดังกล่าวต่อไป

ด้าน พ.อ.สมัย ขําพันธ์ ผอ.ร.พ.ค่ายพิชัยดาบหัก เปิดเผยว่ารพ.ค่ายพิชัยดาบหัก มทบ.ที่ 35 ได้ดําเนินการโครงการอาชาบําบัด ซึ่งเป็นแห่งเดียวในภาคเหนือที่นําศาสตร์ของการใช่สัตว์ในการบําบัดโรคให้มนุษย์ พร้อมมีทีมแพทย์ มีรูปแบบการบําบัดทั้งทางร่างกาย อารมณ์ การสื่อสาร และทักษะอื่นๆ มีกิกรรมที่จะพัฒนาด้านกล้ามเนื้อ การฝากการเรียนรู้ การฝากเชิงสังคมและการปรับพฤติกรรมมีผู้ที่เกี่ยวบําบัด ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ด้านการรักษาพยาบาล ครูม้า ผู้ช่วยจูงม้า และผู้ปกครอง ทํากิจกรรมรววมกันในการขี่ม้าบําบัด หลักการใช้ม้าในการบําบัดในกลุ่มเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ กลุ่มเด็ก Autism และกลุ่มการเคลื่อนไหวผิดปกติและพิการทางสมอง จะนําม้ามาใช้ในการบําบัด โดยการบําบัดบนหลังม้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที/รอบ ส่วนระยะเวลาที่สามารถทําให้เด็กดีขึ้นขึ้นอยู่กับอาการของเด็กแต่ละราย ความถี่ของการฝากเด็ก 1 ครั้ง/สัปดาห์ ปัจจุบันมีม้าในการดําเนินโครงการ 6 ม้า เด็กที่ผ่านการบําบัดแล้วอาการดี สามารถกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 5 ด้านดีขึ้น ร้อยละ 87.1

โครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่กลางปี 2554 ถือเป็นอีกแนวทางสำหรับบำบัดเด็กพิเศษ และเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะเด็กออทิสติก ที่มีความผิดปกติทางร่างกาย อารมณ์ และสมาธิสั้น ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยวิธีอาชาบำบัด ด้วยม้าของค่ายทหาร และที่ได้รับการบริจาคจากชุมชน ซึ่งเด็กที่ได้รับการบำบัดมีการปรับสภาพร่างกายให้ความสมดุล เสริมสร้างความมั่นใจ กล่อมเกลาจิตใจให้สุขุมเยือกเย็น ลดความก้าวร้าว มีพัฒนาการที่ดี ซึ่งอายุตั้งแต่ 2-10 ขวบ

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความบกพร่องของเด็กแต่ละราย เมื่อเด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว จะทําให้ครอบครัวสามารถกลับไปทํางานหารายได้ และเด็กเองสามารถทํางานและสร้างประโยชน์กับประเทศชาติในอาคต

ประสิทธิ์    ผึ้งสุข  จ.อุตรดิตถ์/รายงาน