“รฏาวัญ” เขย่าภาคเหนือปลุกหมอยาแผนไทย

42

“รฏาวัญ” บุกภาคเหนือตั้ง “องค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย” รวมทุกฝ่ายช่วยคุ้มครองรักษาสมุนไพร ตำรับยาแผนไทยโบราณ มรดกชาติไทยก่อนสูญหาย

21ก.พ.64/ นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าได้รวบรวมผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขาและประชาชนผู้สนใจทั่วไป ตั้งเป็น ” องค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมพลังความร่วมมือของทุกฝ่าย เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างมีศักดิ์ศรีและอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย การพัฒนา คุ้มครองรักษาให้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้มาตรฐานในระดับสากล จะส่งผลดีต่อ สุขภาพอนามัย สร้างอาชีพสร้างรายได้ และจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจของประเทศโดยอาศัยสมุนไพรไทยซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ประเทศไทยมีและเป็นจุดแข็งที่สุด ที่คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

นางรฎาวัญ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ขยายไปก่อตั้งองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยครบ 5 ภาคแล้วคือภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคอีสาน นอกจากจะเป็นการรวมพลังทุกฝ่ายเพื่อวิจัยพัฒนาให้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเจริญก้าวหน้านำไปใช้ ให้เป็นประโยชน์ในการป้องกันรักษาโรคได้ตามกฏหมายแล้ว ปัญหาเร่งด่วนที่สมาชิกองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทั้ง 5 ภาค มีความคิดเห็นตรงกันและเสนอต่อส่วนกลางให้รีบดำเนินการก็คือการแก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ กติกาต่างๆที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากกฎหมายแต่ละฉบับ ล้วนแต่เป็นการควบคุมจำกัดบทบาทหน้าที่ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยมากกว่าการส่งเสริมสนับสนุน

“จากการเข้าร่วมประชุมหารือกับสมาชิกองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยภาคเหนือเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งมีสมาชิกจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมประชุม เช่น จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย และ จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้รู้ข้อมูลสมุนไพรในภาคเหนือและตำรับยาแผนไทยโบราณที่น่าสนใจมาก และมองเห็นแนวทางส่งเสริมพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในภาคเหนือ โดยจะประสานงานกับสถาบันการศึกษาในภาคเหนือเพื่อขอให้มาช่วยวิจัยพัฒนา และให้การรับรองสรรพคุณและมาตรฐาน ดิฉันกำหนดจะเดินทางไปร่วมประชุมปรึกษาหารือกับสมาชิกองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้ครบทุกภาคโดยเร็ว ” นางรฎาวัญกล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน