“เกษตร”เร่งขับเคลื่อนสินค้าเกษตร-แปลงใหญ่

115

เกษตรเร่งประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร(ศพก.)และแปลงใหญ่

20ก.พ.64/ นายทินกร อ่อนประทุม คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ให้เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร(ศพก.)และแปลงใหญ่ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาเกษตร ที่ 2 (8 จังหวัดภาคตะวันตก)พร้อมกับบรรยายเรื่อง “การเชื่อมโยง AIC กับศพก.และแปลงใหญ่ รวมทั้ง หลักคิดและที่มาของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรทันสมัยและเชื่อมโยงตลาด” ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอันเนื่องมาจากโควิด-19

ทั้งนี้ ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรที่ 2 (8 จังหวัดภาคตะวันตก) เกษตรจังหวัดจากจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทั้ง 4 ศูนย์ หัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในจังหวัดกาญจนบุรี ประธานเครือข่าย ศพก. ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ ทั้ง 8 จังหวัดร่วม 100 คน เข้าร่วมประชุม

นายทินกร อ่อนประทุม คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้เน้นหนักเรื่องถ่ายทอดแนวทาง 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายของ รมว.เกษตรฯ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน แนวทางการเชื่อมโยงศูนย์เทคโนโลยีเกษตรแบะนวัตกรรม(AIC) กับกลุ่ม ศพก.และแปลงใหญ่ ในระดับจังหวัดตามแนวทางนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานกรรมการ AIC ระดับชาติ และได้ถ่ายทอดข้อห่วงใยในการเตรียมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรทันสมัยและเชื่อมโยงตลาดของ ผช.รัฐมนตรี นายนราพัฒน์ แก้วทาง ว่า “ให้คำนึงถึงความคุ้มค่าคือการรวมกลุ่มเครือข่ายแปลงใหญ่แล้วแบ่งกันจัดซื้อเครื่องจักรหลายๆประเภทไม่ให้ซ้ำกันให้ครบทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อมาแชร์ใช้ร่วมกันในลักษณะการเช่าเครื่องจักรระหว่างแปลง ไม่อยากให้เกิดกรณีทุกแปลงซื้อเครื่องจักรชนิดเดียวกันมากอง แล้วก็จะเกิดการจอดว่างไม่คุ้มค่าอาจจะส่งผลทำให้ทั้งกลุ่มขาดเครื่องมือในบางประเภท”

นอกจากนั้นยังฝากให้คำนึงถึงการเลือกเครื่องมือที่มีนวัตกรรม เช่นระบบ Iot เตรียมพร้อมสำหรับการต่อยอดในการสร้างระบบวงแหวนการใช้งานเครื่องจักร ในอนาคตของเกษตรกรรุ่นใหม่และที่สำคัญ โครงการนี้มิใช่แค่การซื้อเครื่องจักรดังที่เข้าใจกัน แต่เป็นการยกระดับตลอดห่วงโช่ตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว เทคโนโลยีหลังเก็บเกี่ยว(ทั้งการแปรรูป การเพิ่มมูลค่า)  ด้านลอจีสติก ด้านการตลาดทั้งออฟไลน์ แพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ รวมทั้งแพลตฟอร์มการจัดการองค์กรด้านบัญชีเครื่องจักร-ด้านบัญชี จึงขอให้คิดถึงสิ่งที่ต้องใช้-ต้องซื้ออย่างครบวงจร

ส่วนอุปสรรคในด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลของกลุ่มแปลงใหญ่นั้น ต้องฝากเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดให้แสวงหาความร่วมมือขอความช่วยเหลือจากพาณิชย์จังหวัด-รวมทั้งภาคเอกชนเช่นสมาคมนักการบัญชีในพื้นที่มาให้ความรู้กับกลุ่มเกษตรกรโดยเร็ว เพราะหากผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ จะมิใช่แค่การยกระดับด้านนวัตกรรมด้านเครื่องจักรเกษตรเท่านั้น แต่ยังยกระดับด้านองค์กรเกษตรกรให้เป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ พร้อมเข้าสู่ตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน