สหกรณ์พิจิตร ปลูกข้าวโพดหวาน- พริกซอส ทำรายได้เฉียดหมื่น

44

 นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสมาชิกสหกรณ์การเกษตรชาวนาวังทรายพูน จำกัด และสหกรณ์การเกษตรโพทะเล จำกัด จ.พิจิตร  ซึ่งกรมมีโครงการส่งเสริมอาชีพเสริมรายได้ให้แก่สมาชิกต่อเนื่องมาเป็นปีที่  2 พบว่าสมาชิกมีรายได้ในการปลูกพืชในฤดูแล้งแทนการทำนาปรังหลายเท่า  ส่งผลให้สมาชิก มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและมีรายได้เหลือสำหรับมาลดหนี้ของสหกรณ์ได้อีกด้วย  ซึ่งพืชที่ปลูกนั้นสหกรณ์จะมีพันธมิตรคือบริษัทเอกชนทำสัญญาซื้อผลผลิตในราคาประกัน

โครงการนี้ถือว่าเป็นการทำร่วมกันแบบ 3 ขา คือสหกรณ์  สมาชิกและเอกชนผู้ทำตลาด  โดยสหกรณ์ส่งเสริมอาชีพหาความร่วมมือกับเอกชนที่น่าเชื่อถือและมีตลาดชัดเจน และปลูกพืชที่ตลาดสนใจทำให้รายได้แน่นอน ขณะเดียวกัน เมื่อสมาชิกมีรายได้คล่องตัวก็สามารถชำระหนี้สหกรณ์ได้ เป็นการช่วยเหลือกันและกัน  ซึ่งที่พิจิตร สมาชิกสหกรณ์ประสบความสำเร็จมากในการปลูกพืชเสริมรายได้แทนนาปรัง พริกซอส พริกแจ่ว และเมื่อกลางปีที่ผ่านมา กรมได้ส่งเสริมพืชทางเลือกเช่นข้าวโพดหวาน โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ที่เอกชนมอบให้เพื่อให้สหกรณ์นำร่องไปทดลองปลูกรายละ 1 ไร่ สหกรณ์ละ  1-2 ราย โดยมีเอกชนร่วมสนับสนุนทางวิชาการ พบว่าได้ผลิตมากว่า 3 ตันราคา  4 บาทต่อกิโลกรัม หักต้นทุน2,000-5,000 บาทต่อไร่ เหลือรายได้มากกว่า 1 หมื่นบาทต่อไร่ ทำให้ปลายปีที่ผ่านมาเกษตรสนใจและสหกรณ์การเกษตรทั้งสองแห่งได้ปลูกจนได้ผลผลิต

นายสมศักดิ์ ศรีอุดทา ประธานสหกรณ์การเกษตรโพทะเล จำกัด  เปิดเผยว่ากลางปี 63 รับพันธุ์ข้าวโพดหวานมาทดลองปลูกได้ผลผลิตดีมากขณะนั้นตนเองขายตลาดฝักละ  10 บาท ทำให้เห็นว่ามีโอกาสทางการตลาด จึงติดต่อบริษัทซันสวีท จำกัด  ที่รับซื้อข้าวโพดหวานส่งออกมาหารือและนำมาสู่การทำงานร่วมกัน  ซึ่งเริ่มปลูกเมื่อปลาย 2563  ขณะนี้กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนก.พ.  ซึ่งนอกจากขายฝักแล้วต้นยังสามารถสับขายส่งเป็นอาหารวัวซึ่งได้ขายในราคา  1,000 -1,200 บาทต่อตัน

นายจตุพร จันทร์พรหม  สมาชิกสหกรณ์การเกษตรโพทะเล จำกัด กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานส่งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเริ่มทดลองปลูกในฤดูนี้จะเก็บเกี่ยววันที่ 20ก.พ.  2564   คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ  5 ตันต่อไร่ จากปกติเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า  3 ตัน บริษัทจะรับซื้อประกันขั้นต่ำ  4 บาท   ต้นทุนไร่ละ  5 พันบาท หักแล้วเหลือมากกว่า  1หมื่นถึง 2หมื่นบาทต่อไร่    เพราะนอกจากข้าวโพดหวานที่ขายฝักแล้ว ข้าวโพดหวานแต่ละต้นยังให้ข้าวโพดอ่อนเป็นผลพลอยได้สามารถขายได้ตันละ  4 พันบาท ต้นตันละ 1พันบาท   ทั้งนี้เมื่อเก็บขาวโพดแล้วจะทำนาปีต่อ และเมื่อในฤดูนาปรังก็คิดว่าจะปลูกข้าวโพดหวานเช่นเดิมเพราะรายได้ดีกว่าการทำนาปรังหลายเท่า

ด้าน นายเฉลิมเกียรติ  ดวงทิพย์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและจัดซื้อหาวัตถุดิบ บ.ซันสวีท จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีสัญญารับซื้อราคาประกัน ซึ่งข้าวโพดหวานขณะนี้ตลาดต้องการมาก แต่บริษัทมีกำลังการผลิตเพียง 2 แสนตันต่อปีปี  90% ส่งออก ไป 60ประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีเกษตรเข้าร่วมโครงการในหลายจังหวัดประมาณ  8 หมื่นถึง 1 แสนไร่  ทั้งนี้ ก่อนจะปลูกบริษัทจะมาช่วยดูเรื่องดินและน้ำก่อนที่จะร่วมทำงานกับเกษตรกร เพื่อให้ผลผลิตออกมาตรงความต้องการของตลาด

กานต์ เหมสมิติ รายงาน