มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย

44

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 19.30 น. ที่ บริเวณลานห้างนราไฮเปอร์มาร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน   นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการมหกรรมอาหารวิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทยครั้งที่ 13 มีประกวดอาหารพื้นเมือง“‘แกงมะหนุนเมือง”’โดยมี นายเดชา ศิรนรเศรษฐ์ ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดน่านในนามของคณะผู้จัดงานกล่าวรายงาน  อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อกรดำรงชีวิต บ่งชี้ถึงวัฒนธรรมเอกลักษณ์ ของแต่ละภูมิภาค อาหารพื้นบ้านมีส่วนประกอบในการปรุงอาหารที่หลากหลาย

การนำวัตถุดิบมาผสมผสานเพื่อให้ได้รสขาติที่เป็นอกลักษณ์ เพื่อให้เกิดความอร่อย ประทับใจและมีคุณค่าทางโภชนาการจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประชากรหลากหลายชาติพันธุ์ มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทำหนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลงใหลในเสน่ห์ของอหารไทยและอาหารพื้นเมืองน่านที่โดดเด่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา เนื่องจากวัตถุดิบในการปรุงอาหารมีทั้งสมุนไพรและพืชผักที่เป็นประโยชน์ไนเรื่องของกาดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดีและมีเมนูอาหารที่หลากหลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอาทิ ข้าวซอย น้ำเงี้ยวแกงขนุน แกงฮังเลแกงโฮ๊ะและแกงแค เป็นต้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและเผยแพร่เอกลักษณ์อาหารพื้นเมืองน่าน ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป จึงได้จัดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่านวิถีถิ่นวิถีไทยครั้งที่ 13″ขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2564 รวม 5 วัน

 การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์อาหารพื้นเมืองน่านให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวด่างประเทศ  เพื่อยกระดับการพัฒนาฝีมือของผู้ประกอบการค้าอาหารในจังหวัดน่านให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และ เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายและความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการค้าอาหารและผู้บริโภค

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และอาหารทั่วไป การแสดง ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมีการฟ้อนรำล่องน่าน การประกวดอาหารพื้นเมืองน่าน “‘แกงมะหนุนเมือง”’ มีหมู่บ้านส่งเข้าประกวดแข่งขัน  4 หมู่บ้าน มีบ้าน พระเนตรชนะ การประกวด แข่งขัน ได้รับรางวัลเงินสดในครอง ในครั้งนี้

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน/รายงาน