“รัตนสูตร”แก้ว 3 ประการ

112

สร้างพลังใจพ้นภัยอย่างมีสติ ด้วยอานุภาพแห่งรัตนสูตร รับพรข้อคิดจาก “พระมหาเสรีชน นริสฺสโร” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

4ก.พ.64/ ชาวพุทธหลายคนอาจเคยได้ยินบทสวดมนต์ “รัตนสูตร” แต่ท่านทราบไหมว่ารัตนสูตรนั้นมีอานุภาพที่ส่งผลให้หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวพุทธสามารถเปลี่ยนแปลงจากร้ายกลายเป็นดีได้ โดย “พระมหาเสรีชน นริสฺสโร” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กรุงเทพฯ จะมาสร้างพลังใจให้พ้นภัยอย่างมีสติ ในหัวข้อ “อานุภาพแห่งรัตนสูตร” บนเวทีธรรมบรรยาย เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ โดย ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ณ ห้อง 1111AB อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม

รัตนสูตร (รัตน คือ แก้ว ที่มีคุณค่า 3 ประการ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เปลี่ยนมาเป็นแก้วมณี เป็นแก้วที่ใสสะอาดและมีคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวพุทธ) โดยความหมายจริง ๆ เป็นการนึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเพียงเท่านั้นเอง มีทั้งหมด 16 คาถา ณ ปัจจุบันจะสวดแบบย่อ ๆ ก็จะลดทอนเหลือ 6 คาถา ประกอบด้วย การกล่าวคุณของพระรัตนตรัย คาถาที่ 1 กล่าวถึง พระพุทธเจ้า อีก 2 คาถาต่อมาก็กล่าวด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม และอีก 3 คาถาต่อมาก็กล่าวด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์

เมื่อใดที่เกิดความหวาดกลัวเรามักจะนึกถึงบทพุทธคุณหรือบทธรรมคุณหรือบทสังฆคุณ นั่นคือ การสวดบทอิติปิโสภควา เพื่อสร้างความฮึกเหิมในจิตใจ ที่เป็นเช่นนี้เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่เรายึดถือนั้นมีความยั่งยืนทำให้เรามีกรอบป้องกันภัยและทำให้เราเกิดความสบายขึ้นภายในใจ และนี่ก็เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์

เพราะเหตุใดพระรัตนสูตรจึงเป็นพระสูตรที่ถูกหยิบยกมาใช้ในสถานการณ์ที่ประเทศชาติหรือทั่วโลกประสบภัยต่าง ๆ นั่นเป็นเพราะเมื่อมีการสวดมนต์ก็จะมีการพรมน้ำมนต์เกิดขึ้นควบคู่เสมอ เวลาได้รับน้ำมนต์คนก็มีความแช่มชื่นเบิกบานใจเวลาได้รับน้ำมนต์ อาจจะไม่ได้มุ่งหวังว่าจะพ้นโรคภัยต่าง ๆ เพราะมันเป็นความเชื่อ เป็นวิธีปฏิบัติ เป็นประเพณี เป็นพิธีกรรมทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ คนที่มีศรัทธาก็สนใจในรสแห่งพระธรรม เป็นกลอุบายให้มีจิต และสมาธิที่จะต่อสู้กับภัยที่เกิดขึ้น

คุณลักษณะสำคัญของการเป็นชาวพุทธที่บอกว่า เกื้อกูลพระ การทำบุญ คุณพระศาสนา เป็นอุบาสกอุบาสิกาชั้นนำ และหมั่นสำรวจความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้เมื่อชาวพุทธได้ลงมือปฏิบัติจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เรียกว่า “อานุภาพแห่งรัตนสูตร”

ประการแรก คือ อันที่ว่าเกื้อกูลพระนั้น ได้นิมนต์พระสงฆ์มาให้ข้อคิดหรือบรรยายธรรมประจำด้วยความเมตตาทางกาย ทางวาจา และทางใจ

ประการที่ 2 การทำบุญ เป็นการกระทำความดีทางกาย ทางวาจา และทางใจ ได้ผลคือความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติด้วยกาย ด้วยคำพูด และด้วยความคิด

ประการที่ 3 คุณพระศาสนา อย่างที่ท่านทั้งได้บำเพ็ญปฏิบัติมา คุณทั้งสวดมนต์ คุณทั้งกริยาท่าทางต่อพระสงฆ์ คุณทั้งถ้อยคำ คำพูด ทั้งสิ่งที่คิด ทั้งจิตที่คิด และทั้งการกระทำ เรียกว่าเป็นผู้ที่มีความคุ้นเคยกับพระศาสนา

ประการที่ 4 อุบาสกอุบาสิกาชั้นนำ เป็นองค์กรชั้นนำ เป็นผู้นำองค์กร เป็นผู้นำสวดมนต์ได้ เรียกว่าเป็นผู้นำปฏิบัติในศาสนพิธีได้

ส่วนประการที่ 5 เป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราได้หมั่นสำรวจความก้าวหน้า ความก้าวหน้าในที่นี้ไม่ใช่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแต่เป็นความก้าวหน้าทางจิตใจ ซึ่งต้องดูว่าอยู่ในตำแหน่งไหน อยู่ระดับใด สามารถสำรวจความก้าวหน้าของจิตใจของตนเองได้ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่ารัตนสูตรไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าคุณแห่งพระพุทธเจ้า คุณแห่งพระธรรม และคุณแห่งพระสงฆ์ เพราะในชีวิตของคนเราคุ้นเคยกับการมีพระรัตนตรัย อยู่กับวาจา อยู่กับใจ อานุภาพแห่งรัตนสูตรจึงมีที่มามาจากสิ่งเล็ก ๆ ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้เมื่อเราประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีสติ

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00-13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CPALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน