เศร้าใจ! แพทย์แผนไทยรับงบฯปีละ 50 ล้าน

149

“รฎาวัญ” อึ้ง กรมการแพทย์แผนไทยได้รับงบประมาณบริหารองค์กรปีละ 50 ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณ รพ.ชุมชนบางแห่ง วอน กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มงบประมาณพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้ได้มาตรฐานสากลโดยเร็ว

2ก.พ.64/ นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้นำคณะผู้ประกอบการวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เช่น พท.ดร.สุวรรณ ตั้งจิตเจริญ นายกสมาคมแพทย์อายุรเวชแผนไทยประยุกต์ฯ พลตรี ดร.ถิรเดช ทรัพย์เขื่อนขันธ์ ประธานชมรมพุทธโพธิ์พญา พท.ภ.บัญชา สุวรรณธาดา ที่ปรึกษาโครงการแพทย์ร่วมสมัย พท.ภ.โสภณภัคจ์ วัดพุทธญาณวงศ์ ประธานสภาครูแพทย์แผนไทย พร้อมด้วย ดร.รัตนจันทร์ ศีลสัมฤทธิ์ นายสถิตย์พันธ์ ธรรมสถิตย์ และนายณัทธชลัช ผดุงสรรพ กรรมการองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย่ เข้าพบหารือกับ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกซึ่งมี นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีฯ ร่วมหารือด้วย มีประเด็นที่สอบถามและข้อเสนอ ประกอบด้วย

      รฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

  1. ขอทราบกระบวนการดูแลสุขภาพประชาชนภายใน 14 วันของการกักตัวว่าได้ทำอย่างไรบ้าง
  2. เสนอแผนปฎิบัติตามหลักภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเพื่อให้ร่างกายผู้ที่ถูกกักตัว 14 วันแข็งแรงและเกิดภูมิคุ้มกันโรคหรือทำให้เชื้อโรคอ่อนแรง

2.1.กลัวคอด้วยน้ำเกลือสินเทา

2.2. ดื่มน้ำมะนาวอุ่น

2.3. ดื่มชาสมุนไพร

2.4. รับประทานอาหารรสร้อน รสเปรี้ยว รสขม(อาหารเป็นยา)

2.5.การบริหารฤาษีดัดตน ยืดเหยียดปรับสมดุลร่างกาย

2.6. บริหารปอดและระบบทางเดินหายใจ ด้วยการกำหนดลมหายใจ

2.7.ทำสมาธิภาวนา ให้จิตใจสงบสุข

2.8.ทำความสะอาดมือด้วยน้ำมันสกัดสมุนไพร

2.9.สูดดม ทา ด้วยน้ำมันสกัดสมุนไพร

3.ขอให้กรมการแพทย์แผนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข ประสานกับองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อผลิตและเผยแพร่หรือจัดกิจกรรมโครงการ การให้ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามข้อ2.

  1. ขอทราบแผนปฏิบัติในการกำหนดพื้นที่ภาคสนามเพื่อให้แพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านเข้าร่วมในการให้คำแนะนำ ฝึกสอนการปฏิบัติตัวตามหลักของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ให้แก่ประชาชนที่ถูกกักตัวรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยใช้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนเป็นศูนย์ปฏิบัติการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
  2. ขอทราบความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย สภาการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการจัดทำแผนปฏิบัติ ตามข้อเสนอเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ให้เป็นรูปธรรม
  3. ขอเสนอให้วิจัยและพัฒนาตำรับยาแผนไทยและสมุนไพรไทยทุกชนิดให้ได้มาตรฐานและจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นของประเทศไทยโดยเร็ว เพื่อป้องกันต่างชาตินำไปจดลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ

” ได้ทราบถึง ความตั้งใจส่งเสริมพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯที่มีความพยายามดำเนินการตลอดมา  แต่งบประมาณที่กรมฯได้รับจัดสรรแต่ละปีนั้นเมื่อหักค่าใช้จ่ายเงินเดือนแล้วจะเหลือแค่ 50-60ล้านบาท เพื่อใช้ในการบริหาร เมื่อเทียบกับงบประมาณบริหารของโรงพยาบาลชุมชนบางแห่งยังมีมากกว่านี้หลายเท่า ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขควรให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการวิจัยให้ตำรับยาแผนไทยได้มาตรฐานสากลโดยเร็ว ซึ่งจะเกิดผลดีต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ” นางรฎาวัญ กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน