“วราวุธ”เติมกำลังใจเจ้าหน้าที่ อช.ต้นสักใหญ่

102

รมว.ทส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม อช. ต้นสักใหญ่  เน้นให้เจ้าหน้าที่ฯ ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ดูแลอุทยานฯให้เหมือนบ้านของตัวเอง

22ม.ค.64/ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 เวลา17.20 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน  โดยมี นายยุทธชัย ปัทมสนธิ  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) นายดํารัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายวัชรพล แซ่เจี่ย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่  พร้อมด้วย ผู้อำนวยการส่วนฯ หัวหน้ากลุ่มฯ หัวหน้าหน่วยงานภาคสนามฯ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11  ให้การต้อนรับฯ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้ตรวจเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน รับฟังการบรรยายสรุปพร้อมมอบแนวทางการดำเนินงานให้กับอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่  จากนั้นมอบของที่ระลึกให้ กลุ่มเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในจังหวัดพิษณุโลกและอุตรดิตถ์ จำนวน 4 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายกลุ่มปลูกต๋าว บ้านท่าเรือ เครือข่ายการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เครือข่ายหมู่บ้าน บ้านงอมสัก และเครือข่ายเพื่อการอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ พร้อมมอบเสบียงอาหาร แก่ตัวแทนเจ้าหน้าที่ฯ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ได้มอบแนวทางการดำเนินงานแก่เจ้าหน้า​ที่​  ” ขอให้กำลังใจ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลป่าของเรา การทำงานของทุกคน คือ หัวใจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลงานทุกอย่างที่เกิดขึ้น มาจากความอดทน ความมีระเบียบวินัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน ต้นไม้ทุกต้นมาจากความอดทนของทุกคน และที่ผมเดินทางมาวันนี้ มาในฐานะผู้บังคับบัญชา มาสร้างขวัญกำลังใจของทุกคน สวัสดิการ และสวัสดิภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน การทำงานของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ อย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน เพราะประชาชนจะรู้จักพื้นที่ดีที่สุด”

“ อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักว่าเครื่องแบบที่สวมใส่เป็นเครื่องแบบที่มาช่วยเหลือประชาชน ให้ตระหนักในภารกิจหน้าที่และเครื่องแบบของเราอยู่เสมอ ให้ช่วยกันทำหน้าที่ ในการแก้ไขปัญหาและดูแลพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติให้ประชาชนประทับใจ ให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และช่วยกันรักษาธรรมชาติ ดูแลอุทยานแห่งชาติ ให้เหมือนบ้านของตัวเองเพราะอุทยานแห่งชาติ เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราทุกคนตราบชั่วลูกชั่วหลาน และขอให้ทุกคนมีความอดทน มีความซื่อสัตย์ มีความตั้งใจ ในการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่อไป ”

จากนั้นนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้เยี่ยมชมการสาธิตการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในรูปแบบ “การชิงเก็บ”  โดยการเก็บเศษใบไม้นำมาบดอัดเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก และได้ปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นที่ระลึก บริเวณหน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ อีกด้วย

สำหรับอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ เป็นอุทยานมากด้วยเสน่ห์ที่น่าจดจำ เพราะมีทรัพยากรอันล้ำค่าที่ปรากฎเพียงหนึ่งเดียวในโลก นั่นก็คือ “มเหสักข์” ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 มีอายุมากกว่า 1,500 ปี มีความยาวรอบต้น 10.07 เมตร วัดเมื่อ 18 มิ.ย.43 แม้ส่วนยอดถูกพายุพัดหักไปบ้าง แต่ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม โดยได้รับการดูแลรักษาให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์  ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติได้มีการบำรุงรักษาต้นสักใหญ่ ตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จทอดพระเนตรต้นสักใหญ่ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2541 ว่า ” ให้บำรุงดูแลรักษาต้นสักใหญ่ ให้มีอายุยืนนานที่สุดเท่าที่จะทำได้”  จนถึงปัจจุบัน ต้นสักใหญ่มีความสูง 38.5 เมตร มีขนาดรอบลำต้น 10.23 เมตร กระทั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “มเหสักข์” เพื่อความเป็นสิริมงคล

อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่  ตั้งอยู่ ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ มีพื้นที่ 324,240 ไร่ สภาพพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ดิบเขา สนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงต่ำ เช่น เขาคว่ำเรือ เขาหงายเรือ เขาจันทร์ เป็นต้น ส่วนยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาภูเมี่ยง สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร มีคลองขนาดใหญ่และลำห้วยต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญและสวยงาม คือ น้ำตกห้วยเนียม น้ำตกกกมอนแก้ว ถ้ำจัน ถ้ำเจดีย์ ถ้ำเสือดาว ถ้ำผาตั้ง เขาภูเมี่ยง และหน้าผาที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินทางไปพักผ่อนอย่างยิ่ง

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน