“พลายดื้อ”เขาใหญ่ โจทย์ที่ต้องเรียนรู้

78

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจัดแถลงข่าว“กรณีพลายดื้อทำร้ายนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”

20 ม.ค.64/ นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสมปอง ทองสีเข้ม ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า รศ.ดร.รองลาภ สุขมาสรวง คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.อนรรฆ พัฒนพิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS Thailand) นางสาวดวงกมล วงศ์วรจรรย์ องค์กรกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF Thailand) ดร.ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผู้อำนวยการส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า นายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่านายสัตวแพทย์เบญจรงค์ สังขรักษ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมแถลงข่าว “กรณีพลายดื้อ ทำร้ายนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่ช้างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอแสดงความเสียใจผู้เสียชีวิต และครอบครัวผู้เสียในครั้งนี้เป็นอย่างสูง ปัจจุบันช้างป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ มีประมาณ 551 ตัว อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จำนวน 250 ตัว อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติปางสีดา 251 ตัว อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ 50 ตัว

สำหรับการใช้ประโยชน์พื้นที่ของช้างป่าบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ช้างป่าจะมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ในช่วงตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูหนาว คือ เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ โดยช้างป่าจะเข้ามาใช้ประโยชน์ในช่วงที่ลูกหวายสุก และแตกยอดใหม่ โดยมากจะพบช้างป่าใช้เส้นทางบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นที่ 2 (ผากล้วยไม้ – น้ำตกเหวสุวัต) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ช้างตกมันและมักพบว่ามีช้างป่ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ทางกรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงได้มีการออกประกาศปิดให้บริการพักค้างแรมบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ และลำตะคองเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 15 มกราคม เป็นต้นไป จนกว่าจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจากสัตว์ป่า

ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่จองเข้าพักลานกางเต็นท์ดังกล่าวไว้ล่วงหน้า สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2579-6666 ต่อ 1743 , 1744 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 08-6092-6529

ด้าน รศ.ดร.รองลาภ สุขมาสรวง คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับการติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้กับช้างป่า (พลายดื้อ) เป็นโครงการศึกษาการติดตามการเคลื่อนที่ของช้างป่าโดยปลอกคอสัญญาณดาวเทียมเป็นแบบเรียลไทม์ จะระบุตำแหน่งของช้างป่า ณ เวลานั้นๆ ได้เพียงไม่กี่วินาที หลังปลอกคอบันทึกตำแหน่งพิกัดและส่งข้อมูลผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมมาอย่างผู้รับ ทำให้ติดตามช้างป่าที่ติดปลอกคอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อสนับสนุนทั้งงานวิจัยและการจัดการช้างป่า โดยสัญญาณจะถูกส่งไปยังระบบดาวเทียมและส่งสัญญาณมายังภาคพื้นดิน ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้ทราบพิกัดที่แม่นยำสามารถติดตามพฤติกรรมของช้างป่า เช่น พื้นที่หากิน เส้นทางการเดินของช้างป่าเพื่อนำไปสู่ การป้องกัน และเฝ้าระวังช้างป่ารวมถึงการฟื้นฟูถิ่นอาศัยในพื้นที่ป่าธรรมชาติ

นายสัตวแพทย์ เบญจรงค์ สังขรักษ์ สัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ  กล่าวว่า การติดปลอกคอช้างป่านั้น ใช้การติดปลอกคอที่เป็นระบบมาตรฐานสากลที่มีใช้กันทั่วโลก โดยจะมีการตรวจหาตัวสัตว์ที่จะทำการติดปลอกคอก่อน จากนั้นจะทำการยิงยาซึม โดยช้างจะไม่ล้มลงเมื่อได้รับยา เมื่อผ่านไปสักระยะ เมื่อช้างเริ่มมีเสียงกรน เจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปดำเนินการติดปลอกคอ ทั้งนี้การติดปลอกคอจะต้องมีการตรวจสุขภาพของสัตว์ก่อนซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการดำเนินการติดปลอกคอ เมื่อดำเนินการเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะให้ยาแก้แก่ช้าง ประมาณ 4-5 นาที ช้างก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ดร.ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผู้อำนวยการส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า การใช้อุปกรณ์ติดตามช้างป่า(collar) มีการดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2561 มีเป้าหมายในการติดปลอกคอ ทั้งหมด 67 ตัว ปัจจุบันมีการดำเนินติดมาแล้ว 11 ตัว ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจำนวน 1 ตัวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน(พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด) จำนวน 7 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน 1 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จำนวน 1 ตัว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จำนวน 1 ตัว ซึ่งอุปกรณ์ติดตามสัตว์มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คือไม่เกิน 0.2 % ของน้ำหนักตัว จึงไม่มีผลต่อพฤติกรรมของสัตว์

อย่างไรก็ตาม สำหรับช้างป่า เป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมเรียนรู้ได้เร็ว ช้างบางตัวอาจรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอม แต่จะใช้ระยะเวลา 3 – 4 วัน ก็จะคุ้นชิน เนื่องจากขนาดของปลอกคอมีน้ำหนักเบา ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรม คำนวณการใช้พื้นที่และการอพยพของช้างป่า ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางในการรักษาความเชื่อมต่อของผืนป่าเขาใหญ่ – ดงพญาเย็น และเป็นแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนกับช้างอีกด้วย

นายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ป่าเขาใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ พฤติกรรมช้างป่าเขาใหญ่จะมีการเปลี่ยนในช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่วนอาการตกมันจะมีในช่วงที่ช้างมีความสมบูรณ์มาก เมื่อช้างตกมันจะมีอาการขมับบวม และจะปวดขมับ ช้างจะรักษาตัวเองโดยการกินพืชสมุนไพรในป่า แต่ในกรณีที่ฮอร์โมนสูงขึ้น อาจมีน้ำมันไหลออกมาและไหลเข้าปาก ทำให้ช้างเมา ช้างจะมีอารมณ์ปรวนแปรมาก ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติได้มีมาตรการต่าง ๆ เมื่อเจอช้างป่า เช่น การเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 50 เมตร เพราะปัจจัยสิ่งแวดล้อมมีผลต่อพฤติกรรมช้าง ซึ่ง “ช้างป่าตกมัน ไม่น่ากลัวเท่าช้างตกใจ”

นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในจุดกางเต็นท์ ทางอุทยานฯ จะมีการติดตั้งแนววงจนสวิตซ์ โดยใช้เส้นเอ็น โยงกับสวิตซ์เพื่อเปิด-ปิดระบบ เมื่อมีสัตว์เข้ามาในพื้นที่ สวิตซ์จะเปิดและมีสัญญาณแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด จึงความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามมาตรการและนโยบายต่าง ๆ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างเคร่งครัด ต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน