สบอ.3 บ้านโป่ง เตือนขายสัตว์ป่าคุ้มครองผิดกม.

256

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) หรือ สบอ.3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายนโยบายให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด

ต่อมา นายนิพนธ์ ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้รับแจ้งว่า ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในตลาดฟิชวิลเวจ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โพสต์ขายอาหารป่าตามสั่ง มีทั้ง เก้ง กวาง และนกคุ้ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยโฆษณาดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เกิดค่านิยมในการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า มีผลทางอ้อมทำให้เกิดการล่าสัตว์ป่ามาขาย เพื่อนำมาประกอบอาหารในร้านค้า จึงนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตักเตือน พร้อมแจ้งเจ้าของร้านอาหารให้ทราบว่า เนื้อ หรือซากสัตว์ป่า เก้ง กวาง นกคุ้ม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผู้ใดขายหรือขายเพื่อนำไปประกอบอาหารตามสั่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 29 โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนลูกค้าที่มีรสนิยมบริโภคอาหารสัตว์ป่า ผู้สั่งอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เก้ง กวาง นกคุ้ม มารับประทาน ก็มีความผิดตามมาตรา 17 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562  ฐานมีไว้ครอบครองเนื้อหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ และถึงแม้นำซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวไปประกอบเป็นอาหารแล้วก็ตาม ก็สามารถตรวจ DNA ได้อีก หากตรวจ DNA แล้วพบว่าเป็นประเภทเนื้อสัตว์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง เจ้าของร้านอาหารก็จะถูกดำเนินคดีฐานหลอกลวงการขายตามกฏหมาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท และความผิดฐานหลอกลวงผู้บริโภค ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ซึ่งทางเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวเข้าใจเป็นอย่างดี ได้ทำการแก้ไขป้ายโฆษณาให้ถูกต้อง และช่วยประชาสัมพันธ์บอกต่อร้านอาหารอื่นๆ และลูกค้าให้ทราบโดยทั่วกัน

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนิยามของ “ซากสัตว์ป่า” ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 4 ซากสัตว์ป่า หมายความว่า ร่างกาย หรือส่วนของร่างของสัตว์ป่าที่ตายแล้ว หรือเนื้อของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะได้ปิ้ง ต้ม รม ย่าง ตากแห้ง มัก ดอง หรือทำอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย เพราะฉะนั้นการนำไปประกอบอาหาร ถึงแม้จะนำเนื้อ หรือซากสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองไป ผัด ปิ้ง ต้ม ยำ ย่าง อื่นๆแล้วก็ตาม ในทางกฎหมายก็ถือว่า เป็นเนื้อหรือซากสัตว์ป่าอยู่ อยากฝากเตือนร้านอาหารทุกร้าน การเอาเนื้อสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ไปประกอบเป็นอาหารตามสั่ง เจ้าของร้านและลูกค้าก็มีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง พ.ศ.2562 ซึ่งมีโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ ขอให้เลิกรสนิยมการบริโภคอาหารสัตว์ป่าเสีย นอกจากจะมีโทษหนักตามกฎหมายแล้ว ยังจะเป็นการช่วยรักษาชีวิตสัตว์ป่าให้คงความสมดุลในธรรมชาติต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย.

เดชา โพธิ์ตั้งธรรม จ.ราชบุรี/รายงาน