ตรัง 1 สะตอนอกฤดู กระแสตอบรับปังสร้างรายได้เพิ่ม

121

กรมวิชาการเกษตร  ส่งสะตอพันธุ์ตรัง 1 ถึงมือเกษตรกร ชูจุดขายให้ผลผลิตนอกฤดูเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า  เผยเป็นสะตอผลิตนอกฤดูพันธุ์แรกของกรม  ใช้เวลาปลูกสั้น 3 ปีให้ผลผลิตแถมเก็บขายได้มากกว่า 1 ครั้ง/ปี  ต้นไม่สูงมากเก็บเกี่ยวง่าย  ฝักตรง  ยาว  เมล็ดมีขนาดสม่ำเสมอเรียงชิดติดกันตลอดทั้งฝักง่ายต่อการขนส่ง   รสชาติดีหวานมันโดนใจนักเปิบสะตอ

นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า สะตอเป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้ของประเทศไทย  ถือเป็นพืชผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ  สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด  มีคุณค่าทางอาหารและทางสมุนไพร  ทำให้ความต้องการบริโภคสะตอของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้นส่งผลให้เกษตรกรสนใจปลูกสะตอกันอย่างแพร่หลายเกือบทุกภาคของประเทศ  แต่ในปัจจุบันผลผลิตสะตอยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด  เนื่องจากสะตอให้ผลผลิตได้เป็นช่วงฤดู คือ จะให้ผลผลิตมากในช่วงเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม  รวมทั้งสะตอพันธุ์ที่เกษตรกรเพาะปลูกส่วนใหญ่จะใช้วิธีการขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดทำให้ได้ผลผลิตช้า

จากสถานการณ์ดังกล่าวคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง  กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดพัฒนาปรับปรุงพันธุ์สะตอเพื่อเป็นพันธุ์แนะนำให้เกษตรกรปลูก   โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ได้สะตอพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตนอกฤดูระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เมษายน สำหรับนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าสร้างรายได้เพิ่มขึ้น    โดยคณะนักวิจัยได้ดำเนินการสำรวจคัดเลือกพันธุ์สะตอที่ให้ผลผลิตนอกฤดูจากสวนเกษตรกรได้พันธุ์สะตอจำนวน 12 สายต้นนำมาปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังพบว่าสะตอสายต้น ตง. 4 เป็นสายต้นที่ดีที่สุด เนื่องจากสามารถให้ผลผลิตได้ทั้งในฤดูและนอกฤดู  และให้ผลผลิตสูง  มีคุณภาพดี  คณะนักวิจัยจึงเสนอพิจารณาเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรโดยใช้ชื่อ สะตอพันธุ์ตรัง 1

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า สะตอพันธุ์ตรัง 1 มีลักษณะเด่นตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการคือให้ผลผลิตทั้งในฤดูช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม และนอกฤดูช่วงเดือนพฤศจิกายน  – เมษายน  เนื่องจากไม่ทิ้งใบหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้สะตอพันธุ์ตรัง 1 สามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 1 ครั้งในรอบปี  และยังให้ผลผลิตเร็วโดยจะเริ่มออกดอกเมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก  รวมทั้งฝักยังมีลักษณะตรงและยาว  เมล็ดมีขนาดสม่ำเสมอเรียงชิดติดกันทำให้ง่ายต่อการบรรจุฝักลงภาชนะ   ทรงพุ่มต่ำ เกษตรกรจึงสะดวกต่อการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวผลผลิต

สะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นสะตอพันธุ์แรกที่ผ่านการพิจารณาเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร  ซึ่งมีลักษณะประจำพันธุ์ที่สำคัญคือให้ผลผลิตนอกฤดูทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 – 4 เท่าเพราะราคาผลผลิตสะตอนอกฤดูสูงมากประมาณ 15 บาทต่อฝัก ขณะที่ผลผลิตในฤดูมีราคาเพียง 3 – 5 บาทต่อฝัก  ใช้เวลาปลูกสั้นเพียง 3 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว  ลำต้นไม่สูงเกษตรกรจึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่ยาก  รสชาติดีหวาน มัน ด้วยลักษณะเด่นประจำพันธุ์สะตอตรัง 1 ดังกล่าวจึงทำให้พันธุ์เป็นที่ต้องการของเกษตรกรจำนวนมาก  ซึ่งฝ่ายผลิตพันธุ์ของศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ทำแปลงต้นพันธุ์และเพาะต้นกล้าสะตอไว้สำหรับติดตาขยายพันธุ์จึงไม่มีปัญหาเรื่องการขยายพันธุ์   หากเกษตรกรสนใจสามารถสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง  โทรศัพท์  063-227-6250”

กานต์ เหมสมิติ รายงาน