ชาวประมงหมดแรงออกเรือเจอพิษโควิด-19กระแทก

153

กรมประมงเปิดควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์บรรเทาความเดือดร้อนชาวประมงจากสถานการณ์ COVID-19 ตามนโยบายรัฐบาล

10ม.ค.64/ นายมีศักดิ์ ภักดีคง  อธิบดีกรมประมง  เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) ของประเทศไทยขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประมง นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีความห่วงใยในพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และชาวประมง ตลอดจนผู้ประกอบการประมง ทั้งห่วงโซ่การผลิต ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ประกอบกับที่ผ่านมากรมประมงมีการบริหารจัดการประมงภายใต้ปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่อย่างยั่งยืน โดยการกำหนดวันทำการประมง และเพื่อให้สามารถนำสัตว์น้ำจากเรือที่ไม่ประสงค์ใช้วันทำการประมงต่อไปมาเพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือประมงที่วันทำการประมงไม่ครบปีได้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้กรมประมงเร่งหาแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ  ซึ่งมี พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการในการควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงจากสถานการณ์โควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลโดยด่วน กรมประมงจึงได้ออกประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์การควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ภายใต้กฎกระทรวงการขออนุญาตและการพิจารณาอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 6 มกราคม 2564 เรียบร้อยแล้ว

นายมีศักดิ์ กล่าวว่า การควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ข้างต้น เป็นการนำปริมาณสัตว์น้ำของเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์อยู่แล้วในปัจจุบันมารวมกันเพื่อนำสัตว์น้ำจากเรือประมงลำที่ไม่ประสงค์จะทำการประมงต่อไปมาให้กับเรือประมงของลำที่จะใช้ทำการประมง แล้วนำเรือที่ไม่ใช้ทำการประมงออกจากระบบ โดยการทำลาย เปลี่ยนประเภทเรือ ขายไปต่างประเทศ หรือทำให้เรือนั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้ทำการประมงต่อไปได้ เช่น การนำไปทำร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องสมุดลอยน้ำ ซึ่งการออกประกาศดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และคณะทำงานด้านวิชาการแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ให้สามารถควบรวมใบอนุญาตของเครื่องมือทำการประมงในกลุ่มเดียวกันได้ ประกอบด้วย อวนลากคู่ กับอวนลากแผ่นตะเฆ่ และอวนลากคานถ่าง ด้วยกันได้  อวนล้อมจับ กับ อวนล้อมจับด้วยกันได้อวนล้อมจับปลากะตัก กับอวนครอบปลากะตัก และอวนช้อน/ยก ปลากะตัก ด้วยกันได้

2.การควบรวมใบอนุญาตต้องเป็นพื้นที่ทำการประมงเดียวกัน

3.กรณีผู้รับอนุญาตขอควบรวมใบอนุญาตแล้วมีการขอเปลี่ยนเรือประมงที่นำมาควบรวมใบอนุญาตด้วย ต้องอยู่ในกลุ่มขนาดเรือเดียวกัน ดังนี้กลุ่มเรือที่มีขนาดต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอส กลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอส แต่ไม่ถึง 60 ตันกรอสกลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่ ๖๐ ตันกรอส แต่ไม่ถึง  150 ตันกรอส กลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่  150 ตันกรอสขึ้นไป

สำหรับผู้ประสงค์ควบรวมใบอนุญาตทำการประมงตามประกาศกรมประมงฉบับนี้ สามารถยื่นขอควบรวมใบอนุญาตได้ ณ สำนักงานประมงอำเภอท้องที่ติดทะเลทุกแห่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเล และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทรศัพท์ 0-2261-1418 ในวันและเวลาราชการโดยการเปิดให้ชาวประมงสามารถควบรวมใบอนุญาตได้ในครั้งนี้ จะทำให้กองเรือประมงลดลง  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศให้เกิดความยั่งยืน และยังสามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการประมง ตลอดจนเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน