ดัน “ซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์”ขายสินค้าปลอดภัย

93

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งขยายซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์กระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หวังกระจายสินค้าดีมีคุณภาพสู่ผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด – 19 ระบาด เน้นสินค้าหลักข้าวสาร นม ไข่ไก่ อาหารแปรรูป และพืชผักผลไม้ที่สดสะอาด ปลอดภัย   

นายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ว่า เป็นนโยบายที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการสนับสนุนเกษตรกรให้มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตพืชผักที่สดสะอาด ปลอดภัย รวมถึงสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในชุมชน โดยผลักดันให้สหกรณ์การเกษตรหรือสหกรณ์ร้านค้าในแต่ละจังหวัดเข้าร่วมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ จัดมุมจำหน่ายสินค้าและผลผลิตที่รับซื้อจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่วางจำหน่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป

ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ 94 แห่ง ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์อย่างน้อย 1 แห่ง  กรมฯได้ประสานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้คำแนะนำด้านการดำเนินธุรกิจ อบรมความรู้การคัดสรรสินค้าและผลผลิตที่จะนำมาวางจำหน่าย วิธีการจัดวางสินค้า และพัฒนาการให้บริการ และเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้ากับสหกรณ์ผู้จำหน่ายปลายทาง 170 แห่ง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบสหกรณ์เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา กว่า 86 ล้านบาท

 “กรมส่งเสริมสหกรณ์พยายามผลักดันให้มีซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์กระจายไปในทุกจังหวัด เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรของสหกรณ์ที่มีคุณภาพ โดยจะนำสินค้าของเกษตรกร ทั้ง ข้าวสาร นม ไข่ไก่ ผลไม้ อาหารแปรรูป พืชผักปลอดสารพิษ    ส่งมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง  โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ขณะนี้ จะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าและผลผลิตที่มีคุณภาพของสมาชิกสหกรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

 ทั้งนี้  โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก  สนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีความสดสะอาดปลอดภัยได้ในราคาที่ธรรมอย่างทั่วถึง  และสอดรับกับนโยบายการตลาดนำการผลิต โดยดำเนินการผ่านเครือข่ายและความร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตกับสหกรณ์ปลายทาง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพในแต่ละภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น  และในปี 2564 นี้คาดว่าจะมีร้านค้าสหกรณ์สมัครเข้าร่วมโครงการนี้อีกกว่า 157 แห่ง ซึ่งจะทำให้มีซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

กานต์  เหมสมิติ รายงาน