โควิดตีน่านแตกแล้ว 1 ไทม์ไลน์ พบกลุ่มเสี่ยงเพียบ

128

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ ศาลากลางจังหวัดน่าน นายนิพันธ์ บุญหลวง ผวจ.น่าน , นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผวจ.น่าน , นายวิศิษฐ์ ทวีสิงห์ ปลัดจังหวัดน่าน ,  แพทย์หญิง อัจฉรา ละอองนวลพานิช  ผอ.โรงพยาบาลน่าน และนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ร่วมกันแถลงข่าว โดย ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน (ทีมโฆษกฯ โควิด-19 จังหวัดน่าน) ดำเนินรายการ  ทั้งนี้จังหวัดน่านได้รับรายงานเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 เวลา 17.30 น. จากทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลน่าน ว่าพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อโควิด 19 เป็นเพศหญิงชาวลาว อายุ 23 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ โรงพยาบาลน่านได้ส่งตัวไปตรวจยืนยันที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงรายทันที และได้รับรายงานผลว่า”พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด 19

 

ต่อมาเวลา 13.00 น.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT)เข้าควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ ผลการสอบสวนพบว่า ผู้ป่วยได้สัมผัสกับผู้ป่วยโควิด19เป็นพนักงานส่งอาหารในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2563  และ30 ธันวาคม 2563 ได้เดินทางจากกรุงเทพมหานคร โดยรถยนต์ส่วนบุคคล มายังบ้านพี่สาวที่บ้านนาหมอ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน มีผู้โดยสารรวมผู้ป่วยทั้งสิ้น 5 คน ขณะเดินทางผู้ป่วยเริ่มมีอาการเคืองในคอ โดยวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และ1 มกราคม 2564 ผู้ป่วยอยู่บ้านกับลูกสาวตลอดไม่ได้ออกไปไหน โดยไม่ได้พูดคุยกับใครนอกจากคนในครอบครัว และในวันที่ 2 มกราคม 2564 ได้เดินทางไปเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่ห้างโลตัส เวลา 11.09 – 11.27 น, และไปซื้อเครื่องซักผ้าที่ห้างบิ๊กซี่ เวลา 11.34 -11.58 น. หลังจากนั้นได้เดินทางกลับอำเภอนาหมื่น ระหว่างเดินทางกลับผู้ป่วยและพี่สาวมีอาการไข้ เจ็บคอ มีเสมหะ จึงได้ไปเข้ารับบริการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนาหมื่น ในเวลา14.18 น. ซึ่งแพทย์ได้รับไว้รักษาในโรงพยาบาลทั้ง 2 ราย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้เข้าสอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่ พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัวและชุมชน จำนวน 10 ราย ซึ่งได้รับไว้รักษาในโรงพยาบาล 5 ราย และกักตัวที่บ้านของตนเอง (Home Quarantine) จำนวน 5 ราย โดยทั้งหมดได้รับการป้ายจมูกตรวจหาไวรัสโควิด ผลตรวจไม่พบสารพันธุกรรม จำนวน 5 รายรอผลการตรวจ 5 รายรับการสอบสวนการเดินทางไปห้างสรรพสินค้า พบว่า จากกล้องวงจรปิดผู้ป่วยและญาติสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งพนักงานในห้างสวมหน้ากาตลอดเวลาเช่นกัน รวมทั้งเวลาในการพูดคุยกับพนักงานประมาณ 5-10-นาที จึงถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสียงต่ำ

ทั้งนี้ ได้แนะนำให้พนักงานทั้งหมด ที่สัมผัสผู้ป่วย เฝ้าระวังสังเกตุจากการสอบสวนและควบคุมโรค สมารถค้นหาผู้ป่วย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงครอบครัวและชุมชนได้ทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่า จะสามารถควบคุมการระบาดในครั้งนี้ ไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องให้ความรู้ประชาชนในการเฝ้าระวังสังเกตอาการของตนเอง และปฏิบัติตัวในการสวมหน้ากากตนเอง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่พบปะผู้คนรักษาระยะห่าง ล้างมือ เป็นประจำต่อไปหลังจากที่มีการแถลงข่าวขึ้นในครั้งนี้แล้วโดยโรงเรียนในจังหวัดน่านได้เคิ่มทำการปิดโรงเรียน เช่น โรงเรียนราชานุบาล,โรงเรียนเนติวิทย์,โรงเรียนสตรีศรีน่าน

กัลยา สองเมืองแก่น จ.น่าน /รายงาน