หยุดเชื้อ เพื่อชาติ “สวมหน้ากาก” บทบาทใหม่ของทุกคน

825

ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นบ่อยๆ ยิ่งทุกคนรู้ว่าโรคนี้ติดต่อโดยสารคัดหลั่ง น้ำลายต่างๆ หลายคนระมัดระวังตัวโดยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่มีบางคนกลับเอาเรื่องนี้มาล้อเล่น อาจเป็นเพราะความเครียดและรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ว่าจะไม่เอื้อนเอ่ยถึงพฤติกรรมเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง แต่ในประเด็นนี้คงต้องกล่าวถึง เพราะมองเห็นว่าไม่สมควรอย่างยิ่งกับคนไทยที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อพนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่นยืนให้บริการวัดอุณหภูมิเพื่อคัดกรองคนเข้าร้านถูกลูกค้าพ่นน้ำลายใส่ เพียงเพราะไม่พอใจที่พนักงานคนดังกล่าวบอกให้ใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าร้านเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

แค่ปรับตัวกับการใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่ง่ายแล้ว มาเจอคนแบบนี้ในสังคมอีกชีวิตจะรู้สึกหดหู่มากขึ้น ก็ต้องชื่นชมน้องพนักงานเซเว่นฯ ที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติตามนโยบายของร้านอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด แม้ลูกค้าที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยจะเป็นคนคุ้นเคย เป็นลูกค้าประจำแต่ชั่วโมงนี้ไม่มีข้อยกเว้น อยากให้ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกอื่นๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื่อ ทำเพื่อตัวเราเอง เพื่อสังคม เพื่อชาติ ช่วยกันคนละมือ แม้เพียงจุดเล็กก็ทำให้เราก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันชึ่งที่ผ่านหลายคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“สวมหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่” ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจจะทำให้หลายคนไม่คุ้นชิน หรือรู้สึกยุ่งยาก แต่มันเป็นความรับผิดชอบต่อตัวเอง และสังคม ที่เราทุกคนต้องมีร่วมกัน เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในวิกฤตโควิด-19 นี้ไปให้ได้

“ก็ไม่ได้รู้สึกว่าลำบากอะไร เพราะก่อนที่จะมีประกาศขอความร่วมมือ ก็ใส่หน้ากากอนามัยมาเป็นปกติอยู่แล้ว พอมีการขึ้นป้ายเลยว่าทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น มันไม่ใช่แค่ตัวเราคนเดียว แต่หมายถึงคนที่บ้านด้วย ถ้าเราป้องกันตัวเองได้ดีก็จะลดความเสี่ยงนำเชื้อไปแพร่ให้คนที่บ้าน” พนักงานออฟฟิสใจกลางเมืองกล่าวถึงมาตรการของรถไฟฟ้าที่เธอต้องโดยสารไปกลับทุกวัน

ร้านสะดวกซื้อก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีมาตรการเข้มงวด ตั้งแต่การตรวจวัดอุณหภูมิ ขอให้สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างเวลาเข้าแถวชำระเงิน หรือแม้แต่มีการจำกัดจำนวนคนที่เข้าไปใช้บริการในแต่ละครั้งตามขนาดของร้าน

“ปกติก็เข้าเซเว่นฯ เป็นประจำ ที่เห็นมาสักพักแล้วก็คือจะมีพนักงานออกมาวัดไข้หน้าร้าน มีจุดให้บริการแอลกอฮอล์ พนักงานในร้านก็สวมหน้ากากอนามัยทุกคน เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอุ่นใจ คิดว่าแทบจะไม่มีโอกาสเลยที่จะติดเชื้อจากการมาซื้อของ เพราะเรารีบซื้อรีบไป ไม่ได้อยู่นานอยู่แล้ว” อีกหนึ่งความเห็นของคนทำงานในย่านถนนสีลม

มาตรการเหล่านี้กระทบชีวิตขนาดไหน?

“อย่าเรียกว่ากระทบเลย มันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องปรับตัว ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะลำบากกว่ามาก เราเข้าไปซื้อของที่ต้องการแล้วก็ออกมา พนักงานที่มายืนหน้าร้าน หน้าประตูคอยคัดกรองเรา เขายืนติดต่อกันหลายชั่วโมง อากาศก็ร้อน คนเหล่านี้ต้องให้กำลังใจ เพราะเขาช่วยให้เราปลอดภัย เอาตรงๆ ถ้าร้านไหนไม่มีมาตรการแบบนี้ ก็จะเลือกไม่เข้าเลย” ลูกค้ารายหนึ่งที่กำลังรอต่อแถวเข้าร้านกล่าว

แล้วถ้าเจอคนที่ไม่ยอมสวมหน้ากากในที่สาธารณะรู้สึกอย่างไร?

“พูดยาก เชื่อว่ามี แต่คงน้อยมาก บางคนเขาลืมจริงๆ เคยเกิดกับตัวเอง รีบลงมาจากรถจะเข้าร้านเซเว่นฯ ไม่ได้เอาหน้ากากลงมา พนักงานไม่ให้เข้าเลยนะ แต่เขาจะมารับออเดอร์หน้าร้านว่าเราจะซื้ออะไร จ่ายเงินแล้วเอาออกมาให้แบบนี้ก็ดี ถ้าที่ไหนไม่เข้มงวดก็ลำบาก เกิดเราบังเอิญไปเจอคนแบบนั้น เราคงไม่เข้าใกล้ ถ้าทุกๆ คนช่วยกันทำให้มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ ก็ไม่น่าจะมีใครอยากเป็นคนแปลกแยกทนให้มีสายตาหลายคู่มองมาที่ตัวเองหรอก” โปรแกรมเมอร์หนุ่มตอบแบบขำๆ

อย่างไรก็ดี จะเห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่ตามร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร หรือสถานที่ราชการกำหนดออกมาในช่วงนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เหนือบ่ากว่าแรงของคนทั่วไปเลย ยิ่งเราให้ความร่วมมือมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะควบคุมการแพร่ระบาดก็มีมากขึ้นเท่านั้น วันนี้คนไทย “ใส่หน้ากาก” เข้าหากันไปก่อน จนกว่าจะถึงวันที่เราถอดหน้ากาก แล้วยิ้มกว้างๆ ให้กันได้อีกครั้ง เชื่อว่าคงอีกไม่นาน

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน