พระธาตุบังพวน “ พญามุจจรินที” ผู้ใดกราบไหว้บูชาโชดีมีชัย

1296

พระธาตุ​บังพวนสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ​ของพระพุทธเจ้า

“พระธาตุ​บังพวน” ดินแดนพุทธ​สถานอันศักดิ์สิทธิ์​”พญา​มุจจรินท์” ปกปัก​รักษา​ ผู้ใดกราบไหว้บูชา​ เชื่อ​ว่าจะนำความสุข​ และความเจริญ​ส่งผลบุญ​แรง​ ดลบันดาล​ให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต

องค์​พระ​ธาตุบังพวน​ เป็นปูชนียสถาน​ คู่​บ้าน​คู่​เมือง​ ตั้งอยู่​ที่​บ้านพระธาตุ​บังพวน​ ต.พระธาตุ​บังพวน​ อ.เมือง​ จ.หนองคาย​

กล่าวตามตำนานอุรังคธาตุ​ ว่า​ ในสมัยพุทธ​กาลพื้นที่แห่งนี้คือ”ภูเขาลวง” ริมน้ำบางพวน(ภูลวง)​เป็นที่อยู่​อาศัย​ของพญา​นาค​ครั้นเมื่อพระพุทธ​องค์​เสด็จมาประทับยังดินแดนลุ่ม​แม่​น้ำโขง​ พญานาค​ได้มาเข้า​เฝ้าพระพุทธ​องค์​ ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกยกใก้เป็นสถานที่​ศักดิ์​สิทธิ์

ศาลาประดิษฐาน​พระพุทธรูปพระเจ้า 5 พระองค์

พระยาสุวรรณ​ภิงคาร เจ้าเมือง​หนองหาน​ สกลนคร​ พระยาคำแดง​ เจ้าเมืองหนองหานน้อย​ อุดรธานี​ พระยาจุลมณี​พรหม​ทัต​ เจ้าเเมือง​จุลมณี(ลาวเหนือ)​ พระยาอินทปัตนคร​ เจ้าเมือง​อินปัตนนคร​(เขมร)​และ​พระยานันทเสน​ เจ้าเมืองศรีโครตบูรณ์​หลวง(ตรงข้ามนครพนม)​ได้ร่วมกันอุปถัมภ์​ พระมหากัสสเภระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์​ ทำการก่อสร้าง​พระธาตุ​พนม​ แล้วเสร็จ​ และได้บรรลุอรหันต์​ด้วยกันทั้งหมด​

ต่อมาได้เดินทางไปอัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ขององค์​พระ​สัมมา​สัมพุทธเจ้า​ 45​ พระ​องค์​ นำมาประดิษฐาน​ไว้​ ณ​ สถานที่ 4 แห่ง​คือ​ เมืองหนองคาย​ และเมืองเวียงจันทน์​ หนึ่งในสี่แห่งนั้น​ คือ”พระธาตุ​บัง​พวน”

“พระ​ธาตุ​บังพวน” มีการก่อสร้างสืบเนื่องกันมาสามสมัย​ คือฐาน​เดิมสร้างด้วยศิลาแลง​ ชั้นที่สองสร้างด้วยอิฐครอบชั้นแรก​ และต่อมามีการก่อสร้าง​ให้มีขนาด​สูงใหญ่​ขึ้น​ จากจารึก​ที่ฐาน​พระพุทธ​รูป​ขุดได้พระ 4 องค์​ ในจำนวนทั้งหมด 6 องค์​ระบุศักราช​ที่สร้าง​ ตรงกับ​ พ.ศ. 2118 พ.ศ. 2150 พ.ศ. 2158 และ​ พ.ศ. 2167 และข้อความในจารึกเมื่อ​พ.ศ. 2167​ มีประวัติการสร้าง​ กล่าวถึงพระเจ้าโพธิสาลราช​ กษัตริย์​อาณาจักร​ล้านช้าง​มรราชธานี​อยู่ที่นคร​เชียงทอง​ ตรงกับ​รูป​แบบก่อสร้าง​ในวัดพระธาตุ​บังพวน​ ที่แสดง​ถึงอิทธิพล​ของ​อาณาจักร​ล้าน​ช้าง

ศาลา​ประดิษฐาน​พระพุทธรูป​ปางมารวิชัย

วัดพระธาตุ​บังพวน​ นอกจากมีองค์​ พระธาตุ​ ยังมีกลุ่ม​โบราณ​สถานเรียก​ว่า​”สัตตมหาสถาน” ที่สร้าง​ขึ้น​ตามคติ​พุทธ​ศาสนา​ หมายถึง​การจำลอง​สถานที่​เกี่ยวกับ​พระ​พุทธ​องค์​

หลังจากตรัสรู้​แล้ว​ จำนวน​7แห่ง​ คือ​ โพธิบัลลังก์​ อนิมมิสเจดีย์​ รัตนจงกรม​เจดีย์​ รัตนฆรเจดีย์​ อชาปาลนิโคธธาตุเจดีย์​ มุจลินทเจดีย์​ และราชายตนะเจดีย์​ ซึ่งในวัดพระธาตุ​บังพวนแห่งนี้เป็นที่เดียวในโลกที่ยังหลงเหลือโบราณ​สถานอันเป็นสัตตมาหาสถาน​ และเป็นสถานที่​เกี่ยวกับ​”พญา​นาค” คือ​ “สระมุจลินท” หรือ​”สระพญานาค”

สระน้ำโบราณ​ที่​มีบันทึก​ในหนังสือใบลานที่เขียนเป็น​ภาษา​มคธ​ เรียก​ว่า​”สระมังคละเทียงหมัน” เมื่อครั้งที่อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ของพระพุทธเจ้า​บรรจุ​ไว้ในองค์​พระ​ธาตุ​ได้เกิด​ปรากฏการณ์​ประหลาด​มีสายน้ำพวยพุ่ง​ออก​จาก​พื้น​ดิน​ พระมหาเทพ​หลวงและพระมหาเทพ​พล​ พระภิกษุที่ดูแล​องค์​พระธาตุ​ สังเกต​เห็น​สาย​น้ำพุ่งขึ้น​มา​ตลอด​เวลา​จากปล่องภูพญา​นาค​ที่เฝ้ารักษาพระธาตุ​บังพวน​ จึงชักชวน​ญาติ​โยม​ขุดสระรองรับน้ำไว้​ และ​สร้าง​รูป​ปั้น​พญา​นาค​7เศียร​ไว้กลางสระ​ รูปแบบศิลปะแบบล้าน​ช้าง​ ในสมัยพระ​เจ้าวิชลราช​ กษัตริย์​ล้าน​ช้าง​ได้เสด็จ​มานมัสการ​พระธาตุ​ โปรดให้มีการปรับปรุงสระน้ำแห่งนี้และนิมนต์​พระภิกษุ​จัดทำพิธีมหาพุทธ​าภิเษก​ สระมุจลินท์​ ถือเป็น​บ่อน้ำศักดิ์​สิทธิ์​ และ​นำน้ำศักดิ์​สิทธิ์​แห่งนี้ไปใช้ในพิธี​สำคัญ​ในราชสำนักล้านช้างเป็นต้นมา​

สระน้ำมุจรินทร์​”สระพญานาค” สระน้ำศักดิ์​สิทธิ์​ที่นำมาใช้ในพิธีต่างๆ

ในสมัยต่อมา​ สมเด็จพระไชยเชษฐา​ กษัตริย์​ล้านช้างได้โปรดเกล้าให้สร้าง​พระ​พุทธ​รูป​ปางนาคปรก ​9 เศียร​ ไว้ในบริเวณ​ใกล้เคียง​กัน​ เห็นได้ว่าในสมัยพุทธ​กาลก็มีเรื่องเกี่ยวกับพญา​นาค​ มีให้เห็นได้ในทุก​ยุคสมัย​แม้จะไม่สามารถ​พิสูจน์​ได้​ก็ตาม​

ปัจจุบัน​สระมุจจรินท์ถือเป็นสระน้ำที่สำคัญประจำจังหวัดหนองคาย​ น้ำในสระแห่งนี้ถูก​นำไปใช้ในพิธี​สรงมูรธราชาภิเษก​ พิธีถือน้ำพิพัฒน์​สัตยา และพิธี​ศักดิ์​สิทธิ์​สำคัญ​ๆ​ ในรัชกาล​ต่าง​ๆ​ เป็นประจำถือว่าสระน้ำศักดิ์​สิทธิ์​ซึ่ง​มีพญา​นาคเฝ้ารักษา

เชื่อกันว่าผู้ที่มาสักการะ​กราบไหว้”พระธาตุ​บังพวน” และ”พระพุทธ​รูป​ปาง​นาคปรก” จะนำพาซึ่งความ​สุข​ ความ​เจริญ​ มาสู่ผู้​ที่เคารพ​บูชา​

พระพุทธ​รูป​ปางนาคปรกสมัยล้านช้างประดิษฐาน​อยู่​ข้าง​สระน้ำศักดิ์​สิทธิ์​

อีกทั้งอานิสงส์​ผลบุญ​ที่ได้จากการกราบไหว้​บูชา​ และสร้าง​กุศล​กับ​พร​ะธาตุ​ เชื่อว่าจะส่งผลแรงยิ่งนัก​ หากผู้ใดปฏิบัติ​บูชาด้วยจิตใจ​อัน​บริสุทธิ์​ และ​หมั่น​กราบไหว้​บูชา​ตามกำลังอานุภาพ​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ของพระธาตุ​ จะบันดาล​ให้เกิด​สิริมงคล​แก่​ผู้​บูชา​

เรื่อง/ภาพโดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ รายงาน