‘เฉลิมชัย’ดันไข่ไก่สดเต็มตลาด ผู้เลี้ยงไก่รายย่อยอ้างหน้าร้อน ใช้ไฟเยอะ ปรับราคาไข่ขึ้น 5-10สตางค์ต่อฟอง

243

“เฉลิมชัย”ยืนยัน มั่นใจสัปดาห์หน้าไข่ไก่สดไม่ขาดตลาด ​ ขอให้ประชาชนใจเย็น กระทรวงเกษตรพร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

เฉลิมชัย​ ศรีอ่อน​ รมว.เกษตรและสหกรณ์​

นายเฉลิมชัย​ ศรีอ่อน​ รมว.เกษตรและสหกรณ์​ เปิดเผยการแก้ปัญหาไข่ไก่ขาดตลาดว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ สำรวจข้อมูลพบว่า ขณะนี้ไข่ไก่สดในตลาดมีผลผลิต ประมาณ 41 ล้านฟองต่อวัน โดยอัตราการบริโภคไข่ไก่สดภายในประเทศ ประมาณ 39 ล้านฟองต่อวัน​ จึงมีเหลือต่อการบริโภคในประเทศ​ และสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศเพื่อไม่ให้ไข่ไก่สดล้นตลาด

“ในช่วงที่ผ่านมา​ประชาชนเกิดการตระหนก​กับเรื่องโควิด19​ ทำให้หลายคนเริ่มกักตุนอาหารโดยเฉพาะไข่ไก่สด​ ที่ทานง่าย​ จากเดิมที่เคยซื้อไข่ไก่สดมาเก็บไว้​อาทิตย์ละ1​ แผง​ ก็เปลี่ยนเป็นซื้อเผื่อไว้คนละ​3-5​แผงต่อครอบครัว​ ทำให้ปริมาณความต้องการซื้อไข่สดเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัวจากภาวะปกติ​ จึงเกิดภาวะไข่ไก่สดขาดตลาดกระทันหัน ประชาชนหาซื้อได้ยากขึ้น และมีราคาจำหน่ายปลีกแพงขึ้นทันที”นายเฉลิมชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ประสานเจรจาเป็นการเร่งด่วนขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการส่งออกไข่ไก่สด ในการชะลอการส่งออกไข่ไก่สดไปจำหน่ายยังต่างประเทศ​ ทำให้ภาวะไข่ไก่สดขาดตลาดมีภาวะดีขึ้น​ คาดว่าในสัปดาห์หน้า​ หากไม่มีอะไร​ ทุกอย่างน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ​ ขอให้ประชาชนใจเย็นๆ​ ตอนนี้ ทางกระทรวงเกษตร ก็ได้เร่งรัดในการแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพราะเข้าใจถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่ต้องประสบปัญหาในขณะนี้

พเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง

ด้านนางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยถึงสถานการณ์ไก่ไข่ในขณะนี้ว่า ปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนก่อนหน้านี้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ประกอบกับกระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบจับกุมและดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายไข่ไก่ทั่วประเทศ ที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา ขายไข่ไก่ในราคาแพง และมีพฤติกรรมกักตุนสินค้า ทำให้ผู้ค้าไม่กล้าฉกฉวยโอกาสและผู้บริโภคมีความเข้าใจในสถานการณ์และเริ่มซื้อไข่ไก่ในปริมาณที่เพียงพอกับการบริโภคในครัวเรือน

ทั้งนี้สมาคมฯและเกษตรกรผู้เลี้ยงทุกคนยังคงร่วมมือกันบริหารจัดการการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีผลผลิตไข่ไก่เพียงพอกับการบริโภคของคนไทยและยืนยันว่าไข่ไก่จะไม่ขาดแคลน ตลอดจนกำชับให้สมาชิกสมาคมฯดูแลราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มให้เป็นไปตามที่ตกลงกับกระทรวงพาณิชย์คือไม่ให้เกิน 3 บาทต่อฟอง และเกษตรกรได้ยืดอายุแม่ไก่ไข่ยืนกรงออกไปตามที่แต่ละฟาร์มเห็นว่าเหมาะสม จากเดิมที่กำหนดให้ปลดแม่ไก่ยืนกรงที่อายุ 80 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการ

“ปัจจุบันทุกภาคทั่วประเทศนอกจากจะเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้แม่ไก่ให้ไข่ลดลงประมาณ 10-15% และอากาศเช่นนี้ส่วนใหญ่ไข่จะมีแต่ขนาดกลางถึงเล็กประมาณเบอร์ 3-4-5 เท่านั้น

จากปกติมีไข่ไก่ 6 ขนาด คือเบอร์ 0 ใหญ่สุด – เบอร์ 5 เล็กสุด ส่งผลให้เกษตรกรขายไข่ได้ราคาลดลงตามไปด้วย เมื่อผนวกกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าน้ำที่ต้องซื้อ ซึ่งน้ำมีหลายราคาตามคุณภาพของน้ำ และยังมีค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบน้ำพ่นฝอยเพื่อลดความร้อนภายในโรงเรือน รวมถึงระบบน้ำและพัดลดระบายอากาศของโรงเรือนอีแวป

ช่วงนี้เกษตรกรทุกคนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากค่าน้ำค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-10 สตางค์ต่อฟอง จึงขอให้ผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรด้วย” นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าว

ทั้งนี้อากาศร้อนจัดโดยเฉพาะในบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้แม่ไก่ไข่มีความเครียด กินอาหารได้น้อย และให้ผลผลิตไข่น้อยลงจากปกติ ที่สำคัญภาวะแล้งทำให้เกษตรกรหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำมาใช้ในฟาร์ม ทั้งเพื่อให้แม่ไก่กิน รวมถึงน้ำที่ใช้สำหรับฉีดพ่นละอองฝอยตามโรงเรือนเลี้ยงไก่และบนหลังคาโรงเรือน เพื่อลดความร้อนให้ไก่ไข่ได้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ส่วนใหญ่เลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิด จึงจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ในการปรับสภาพอากาศในการเลี้ยงไม่ให้ร้อนจัดจนส่งผลกระทบกับตัวสัตว์ ขณะที่การเลี้ยงในโรงเรือนปิดแบบอีแวปก็ต้องเปิดระบบทำความเย็นที่ต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน